Logo Webboard ของ 139856
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ถอดจิต

  

  Topic : ข้อควรรู้ และวิธีถอดจิตทั้ง 3 วิธี

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  โพสต์เมื่อ : 6 เม.ย. 2551 15:29 น.

อ้างอิงจาก หนังสือแนวคำสอนสมเด็จโต สมาธิ ทางสงบ
รวบรวมประสบการณ์โดย  แสง  อรุณกุศล
ขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  6 เม.ย. 2551 15:33 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

สังวรก่อนฝึกอิทธิฤทธิ์ - บุญฤทธิ์

 

ใครที่บังอาจใช้อำนาจพลังจิต  ในทางผิดศีลธรรม  ไม่ว่าจะทำด้วยความโลภ
โกรธ  หลง  ขอให้พลังจิตที่ฝึกได้นั้น  เสื่อมสลายโดยฉับไวและกรรมจงตามทัน

ท่านควรสังวรว่า  การที่ท่านมีพรสวรรค์ในฌานญาณอันวิเศษมากนี้
จงสงวนความดีเหล่านี้ไว้ให้อยู่เพื่อความดี  อย่าให้จิตใจหลงตกอยู่ภายใต้
พลังอำนาจมืดที่จะใช้พรสวรรค์ในทางที่ผิด

 

อย่าลืมว่า  การกระทำความชั่วร้าย  ไม่ใช่ความผิดของร่างกาย

จิตใจซิเป็นใหญ่  ความคิดอันชั่วร้ายจะบดบัง  เบียดเข้ามาที่จิตใจเท่านั้น
ท่านจะต้องตั้งสติด้วยดวงจิตอันบริสุทธิ์ที่แกร่งด้วยความดี  ติดตามอย่าง
ใกล้ชิดกับภาวะของความชั่วร้ายที่จะเข้าแทรก  ในดวงจิตของเราอยู่เสมอ
เมื่อรู้ทันต่อเหตุการณ์นั้นแล้ว  สามารถชนะกิเลสเหล่านั้นได้

 

ข้อห้าม  และข้อควรระวังในการฝึกอิทธิฤทธิ์  บุญฤทธิ์

 

ท่านที่จะศึกษาเรื่องโลกทิพย์  ท่านจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อห้ามข้อบังคับ
ดังต่อไปนี้อย่างเข้มงวด  ซื่อสัตย์ต่อคำเตือนนี้  ท่านก็จะพ้นจากอันตราย
อันอาจจะเกิดกับท่านได้

 

มิฉะนั้นแล้ว  ขอให้ท่านถอยออกไปห่าง ๆ อย่าแตะต้องบทเรียนต่อไปนี้
อย่างเด็ดขาด

 

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

๑.  จะต้องเป็นบุคคลไม่คุยโวโอ้อวด  เรียนไม่ถึงจุดแห่งความสำเร็จ
แล้วมานั่งทดสอบและอวดดี  อาจจะถูกคนอื่นที่เก่งกว่าทดลองก็คงเจ็บไป
หลายวัน  และถ้าอวดดีทั้ง ๆ ที่ตนยังเรียนไม่ถึงดี  คนจะหาว่าเราบ้ามากกว่าดี
เพราะท่านไม่มีความแม่นยำ

 

๒.  จะต้องมีความพอใจ  ศรัทธา  พากเพียร  กล้าหาญอย่างยิ่ง
กล้าต่อสู้กับอุปสรรคอยู่เนืองนิจ

จะต้องใคร่ครวญพิจารณาในข้อวัตรปฏิบัตินั้นให้ถูกต้อง  ท่านก็จะเข้าถึง
จุดแห่งความสำเร็จตามเป้าหมายที่ขีดขั้นไว้

 

๓.  พิสูจน์อำนาจพลังงานแห่งทิพย์

หลังจากท่านสำเร็จตามข้อ ๒ แล้ว  เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับค้นคว้าต่อไป
โดยอย่าได้มีการเปิดเผยตัว  ขอให้เป็นการพิสูจน์แบบปิดเงียบ  รู้เฉพาะ
ในหมู่คนสนิทเท่านั้น

 

๔.  ทุกครั้งที่มีการใช้อำนาจจิตแล้ว  จะต้องเข้าฝึกสมาธิอย่างน้อย
ครึ่งชั่วโมง
  เพื่อสร้างเสริมกำลังภายในกาย  เหมือนหม้อแบตเตอรี่ที่

ใช้งานแล้ว  ต้องคอยชาร์ทเสริมไฟเพิ่มเติมอยู่เสมอ  มิฉะนั้นแล้ว
หม้อไฟนั้นก็จะเสื่อมคุณภาพไร้ค่าถึงขั้นเสียหาย  ใช้การไม่ได้อีก
ตัวเราก็เหมือนกัน  ถ้าใช้พลังจิตแล้ว  กายทิพย์จะเสื่อม  อ่อนอำนาจ
พลังลง  และถ้าเสื่อมมาก ๆ แล้ว  อาจจะถึงตายได้ง่าย ๆ  โดยตายก่อน
อายุขัย

 

๕.  ระหว่างพิสูจน์อยู่นั้นพยายามอย่าริอ่านเป็นคนสอดรู้สอดเห็น

เต็มไปด้วยความอยาก  เพราะจะเป็นทางพาท่านไปตายได้ง่าย ๆ
แม้ว่าท่านฝึกจนสำเร็จตามขั้นขีดที่วางไว้  ขอร้องขอวิงวอนว่าอย่าโอ้อวด
ผลงานแก่คนทั่วไป  มิฉะนั้น  ท่านอาจจะได้รับปัญหานานาประการจาก
ชาวบ้านและรับการขัดขวางและทำลายจากฝ่ายที่ไม่หวังดีต่อท่าน

 

อย่าลืมว่า

“ถ้าตัวเราทระนงองอาจ  ครูบาอาจารย์จะไม่ร่วมด้วย”

 


  6 เม.ย. 2551 15:36 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

ภาวะความจริงของกายทิพย์

 

กายทิพย์จิตวิญญาณเป็นรูปขันธ์ในลักษณะนามธรรม  เพราะ
มีสภาพลักษณะคล้ายกับอากาศที่โปร่งแสง  ซึ่งไม่อาจจับต้องได้
และตาเนื้อก็มองเห็นได้ยาก

 

เราจะรู้ว่านี่คือ  “อากาศ”  ต่อเมื่ออากาศเคลื่อนตัวเป็นลมสัมผัสกับกาย
แต่จะมองเห็นหรือรู้เรื่องวิญญาณก็ต้องอาศัยจากกระแสอำนาจจิตที่
บำเพ็ญจนถึงจตุตถฌานก็จะสามารถสัมผัสได้  รู้เห็นเอง  เข้าใจถึง
สภาวะธรรมชาติของโลกวิญญาณซึ่งเป็นสภาพที่รู้เฉพาะตัว

 

จิตวิญญาณจากโลกวิญญาณที่ต้องมาเกิดนั้น  ไม่ว่าจะเป็นพรหม
เทพ  ยม  หรือผีเปรต  อสูรกาย  ล้วนมีกรรมวิบากของตนเป็นที่ตั้ง
มีกรรมของตนเป็นเผ่าพันธุ์  ปรุงแต่งให้เมื่อเกิดแล้วมีหน้าตาดี
หรือรูปอัปลักษณ์  รุ่งเรืองหรืออับจน

 

จิตวิญญาณโดยทั่วไปเป็นสภาพการทิพย์ที่สามารถขยายตัวให้ใหญ่
หรือหดลงให้เล็กได้  เมื่อมาเกิดนั้น  ก็จะหดตัวให้เล็กเข้าปฏิสนธิ
ผสมรวมตัวกับเซลตัวอ่อนในครรภ์มารดาและจะวิวัฒนาการขึ้นเกาะที่
ต่อม
“เมดูลล่า”  ซึ่งเป็นก้านสมอง  มีลักษณะเป็นรูปปิรามิด  เป็นที่
ตั้งต้นของเส้นประสาทที่แยกจากสมอง  ต่อนี้มีศูนย์ต่าง ๆ ตั้งอยู่
ได้แก่ศูนย์ควบคุมการหายใจ  การเต้นของหัวใจ  การหดขยายของ
หลอดโลหิต  คุมการจาม  ไอ  อาเจียน  การขับน้ำย่อยของระบบย่อย
อาหาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ต่อมนี้มีหน้าที่รับความรู้สึก  ถ่ายทอด
ไปยังสมองใหญ่ 
ต่อมนี้ตั้งอยู่เหนือบริเวณท้ายทอย  และเป็นส่วนหนึ่ง
ของสมอง

 

ในขณะเดียวกัน  ต่อม “เมดูลล่า”  จะเป็นจุดศูนย์รวมของกายทิพย์
ที่จะผสมกับจิตวิญญาณที่หน้าผาก  แล้วแยกออกจากกายเนื้อ
เมื่อครั้งฝึกการถอดจิต

 

และที่ต่อนี้เป็นตำแหน่งที่จะเกิดความรู้สึกรับรู้ในเวลาจิตสัมผัส
กับเรื่องทิพย์ 
แล้วส่งไปปรุงแต่งแปลเป็นความหมายที่สมองใหญ่อีกที

การทิพย์เมื่อมาเกิดแล้วจะถูกวัตถุธาตุ  ซึ่งเป็นปฏิกูลปรุงแต่งให้ยึดติดอยู่
กับกายเนื้อ  เกิดเป็นสภาพกายทิพย์ที่หยาบ

 

เมื่อฝึกถอดกายทิพย์ออกมาได้แล้ว  จะมีสายใยแห่งชีวิตเชื่อมโยง
กับกายเนื้อ

 

กายทิพย์เมื่อถอดออกมาใหม่ ๆ นั้น  จะโปร่งแสง  ฝึกต่อไปอีก  กายทิพย์
จึงจะค่อย ๆ ทึบแสง  เห็นเหมือนกายเนื้อมากขึ้นเรียกว่ากายหยาบ
และเมื่อนำกายหยาบนั้นมาเข้าปลงอสุภะด้วยการถอดจิตครั้งแล้วครั้งเล่า
ก็จะละลายกิเลสกายในกายได้  ทำให้กายหยาบลอกคราบออกไปเป็นชั้น ๆ

ละเอียดขึ้น ๆ ตามลำดับ  เมื่อตายลงเมื่อใด  กายทิพย์อันละเอียดก็จะแยก
ออกจากกายเนื้อไปเกิดเป็นเทพพรหม  ซึ่งเป็นรูปแห่งความหมาย

 

สำหรับคนที่ไม่ได้ฝึกถอดจิตละลายกิเลสแล้ว  กายทิพย์ก็หยาบต้องไปเกิด
เป็นเทวดาชั้นต่ำ  หรือว่าเป็นผีเปรต  อสูรกาย  ตามกรรมวิบากของตนที่สร้างมา

การทิพย์ของเทพ  พรหม  หรือผี  เปรต  อสูรกาย  เวลาจะปรากฏให้คนเห็นได้
ด้วยตาเนื้อนั้น  ต้องอาศัยการรวบรวมพลังจิต  ให้ดำรงสภาวะจิตขณะนั้น
เป็นหนึ่งอย่างแนบแน่นนิ่ง  เพิ่มพลังให้กับกายทิพย์  จนสามารถเปล่งเป็นภาพ
ที่เห็นได้ด้วยตาเนื้อ  ที่คนทั่วไปที่เห็นแล้วบอกว่า 
“ถูกผีหลอก”

 

กายทิพย์คนเรานั้น  เมื่อตายลง  กายทิพย์จะแยกกับร่างออกไปเกิดใช้กรรม
ตามวาระวิบากกรรมของตนที่สร้างมา  ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมชั่ว  ไม่มีวันสิ้นสุด
หรือหยุด  ต่อเมื่อเข้าสู่แดนนิพพานเท่านั้น  จึงไม่ต้องมาเกิดอีก

 

เพื่อพิสูจน์เรื่องวิญญาณมีจริง  นำไปสู่การเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม  โลกวิญญาณ
ตายแล้วไม่สูญ  จึงขอเสนอบทต่อไปนี้  ด้วยการฝึกถอดจิต  ซึ่งเขียนบรรยาย
หลายแบบไว้ในนี้เพื่อไว้ศึกษา  เผื่อว่าเหตุการณ์นั้นอาจจะเกิดขึ้นกับท่าน
ท่านจะได้รู้วิธีป้องกันอันตรายได้

 

จำไว้ว่า

“ความมั่นใจรวมเป็นหนึ่งในเอกะพาท่านรอดจากอันตรายได้”

 


  6 เม.ย. 2551 15:40 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

ข้อห้ามในระหว่างการนั่งฝึกถอดจิต

 

๑.  จะต้องฝึกในห้องที่ไม่มีใครรบกวน   โดยปิดประกาศไว้หน้าห้องว่า
ห้ามรบกวน  ห้ามเรียก  ห้ามปลุก  จนกว่าจะถึงเวลาที่จะกำหนดออกจากสมาธิ

 

ถ้ามีความจำเป็นต้องปลุกแล้ว  ห้ามแตะต้องร่างอย่างเด็ดขาด  และห้าม
ตะโกนเรียก  เพราะเมื่อแตะต้องร่างและตะโกนเรียกแล้ว  กายทิพย์จะรีบ
กระโจนกลับร่างทันที  ทำให้ตกใจ  หนัก ๆ อาจจะทำให้ต้องเสียสติได้
(ต้องรักษาด้วยการปรับจิต  หนักหน่อยก็รักษาด้วยวิธีพอกกายทิพย์)

 

เหตุที่จะเป็นเช่นนี้  เพราะว่า  คนเราถ้ายังไม่ตายนั้น  กายทิพย์เมื่อฝึก
จนสามารถแยกกับกายเนื้อได้แล้ว  จะมีสายใยทิพย์ติดกับกายเนื้อ 

เมื่อเกิดเหตุให้กายเนื้อตกใจ  กายทิพย์จะรีบกระโจนกลับคืนร่างทันที
เพราะคนยังไม่ตายนั้น  กายเนื้อเปรียบดังรังที่จะเกาะอาศัยอยู่เพื่อใช้กรรม
ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย  หรือว่ากายเนื้อแตกสลายก่อนสิ้นอายุขัย
ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง  ดูตัวอย่างเช่นกายเนื้อเหมือนเปลือกหอย  กายทิพย์
เหมือนปูเสฉวน  ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอาศัยเปลือกหอย

 

๒.  จะต้องสวดมนต์ไหว้พระก่อนฝึกวิชานี้  แล้วอาราธนาระลึกถึง
บารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ครูบาอาจารย์หลวงพ่อโต  และเจ้าที่เจ้าทางช่วยคุ้มครอง
ร่างท่านในระหว่างฝึกจิตไม่ให้สิ่งเลวร้ายมารมาผจญแฝงหรือทำลายร่างทานได้

๓.  ถ้าเกิดเหตุอะไรที่ทำให้ตกใจให้รีบระลึกถึงครูบาอาจารย์
ท่อง  “ธัมมัง  อรณัง”  หลวงพ่อโตช่วยลูกด้วย  ขอบารมีหลวงพ่อโต
ช่วยคุ้มครองและสกัดดวงวิญญาณท่านให้คืนสู่ร่าง  ก็จะได้รับความปลอดภัย
อย่างแน่นอน

 

และถ้าจะใช้พลังจิตรักษาโรค  ก็ให้ระลึกถึงครูบาอาจารย์ทุกครั้ง

 

๔.  อย่าริอ่านถอดจิตไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งท่านไม่ควรไป  เช่น  นรกโลก
หรือที่แปลกถิ่น  เพราะท่านอาจจะถูกอำนาจจิตที่แข็งแกร่งกว่ากักคุม
ไม่ให้คืนร่างได้  ถ้าวิญญาณไม่เข้าร่างเกิน ๗ วัน  ท่านจะต้องตาย
และต้องสั่งญาติไว้ว่า  ถ้าพบร่างยังอุ่นอยู่  ห้ามโยกย้ายร่างผู้ฝึกถอดจิต
เพราะอาจจะเป็นเหตุทำให้กายทิพย์กลับคืนร่างไม่ได้  อย่าเพิ่งเก็บศพ
อย่างเด็ดขาด  เพราะยังไม่ตาย  คนที่พบเห็น  ช่วยจุดธูปหน้าหิ้งพระ
เรียกร้องให้ครูบาอาจารย์ของผู้ฝึกช่วยเหลือ  วิญญาณก็จะกลับคืนร่างได้

๕.  จำไว้ว่า  ถ้าท่านไม่ทิ้งครูบาอาจารย์หลวงพ่อโตแล้ว  ท่านย่อม
เมตตาคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา

 


  6 เม.ย. 2551 15:42 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

วิธีถอดจิตที่ ๑

ภาวการณ์ถอดจิตวิญญาณที่เกิดจากการรวมฉับพลันกับกายทิพย์

 

ปกติแล้วกายทิพย์เป็นอณูปรมาณูเล็ก ๆ ละเอียดมาก  กระจายไปทั่ว
ในร่างกายเนื้อซ้อนอยู่กับเซลล์ของกายเนื้อ  และมื่อตอนที่เราฝึกปฏิบัติ
จิต (ตามหนังสือทางสงบ บทที่ ๑
– ๕ ) แล้ว  พอนั่งไปถึงจุดหนึ่งแห่ง
ความสงบนิ่งมากพอแล้ว  กายทิพย์จากกายในกายจะวิ่งมารวมตัวที่
ท้ายทอยเหมือนมีอาการหนัก ๆ ร้อน ๆ ที่ท้ายทอย  แล้วค่อย ๆ วิ่งรวม
ผ่านสองข้างขมับ  มาผสมจิตวิญญาณที่หน้าผากรวมกันเป็นลำแสง
พวยพุ่งออกจากกายเนื้อ  ตรงหน้าผากสู่อวกาศ  ตอนนี้จะรู้สึกว่า  ใจเสียว
วูบหนึ่งแล้วกายเบาไร้น้ำหนัก  ตอนนี้คนที่จิตไม่แน่วแน่อาจเป็นบ้าได้เพราะ
กลัวก่อนเหตุ  ท่านที่ประสบอาการเช่นนี้  ควรตั้งใจให้มั่นไม่ต้องตกใจ
แล้วเพ่งจิตตามลำแสงนั้นไปด้วยสติสัมปชัญญะ  แนบตามติดกับลำแสงไป
จำลำแสงนั้นนิ่ง  แล้วพยายามตั้งสติให้จิตแน่วแน่  ค่อย ๆ บีบลำแสงนั้น
ให้รวมเป็นวง  ถ้าจิตยังไม่นิ่งดี  วงกลมนั้นเปรียบเสมือนหนึ่งดังดวงใจ
ของเราจะไม่สดใส  และไม่แข็งแกร่งพอ  แต่เมื่อบ่มจิตให้แน่นหนาขึ้น
โดยส่งกระแสจิตใจความนึกคิดมุ่งสู่ศูนย์กลางวงกลมแบบจดจ่อมากขึ้น
จนแน่วแน่นิ่งดีแล้ว  ดวงแก้วนั้นก็จะค่อยๆ สดใสแวววาวขึ้น

 

ถ้าท่านไม่ฝึกปฏิบัติจิตต่อไป

ท่านต้องตั้งสติที่กายเนื้อ  แล้วส่งกระแสจิตใจความนึกคิด  ผ่านกึ่งกลาง
ระหว่างคิ้ว  ออกไปที่ดวงแก้ว  แล้วกำหนดจิตค่อย ๆ ดึงกลับเข้าร่างใหม่
อีกครั้ง  กายทิพย์ก็จะกลับคืนสู่ร่างทันที

 

เมื่อกายทิพย์คืนสู่ร่างแล้ว  อย่าเพิ่งลืมตาขึ้น  ค่อยๆ ถอนหายใจลึก ๆ
๑๐ ครั้ง  แล้วหายใจละเอียดลงอีก ๑๐ ครั้ง  หายใจปกติอีก ๑๐ ครั้ง
เป็นการปรับจิตใจให้หายจากภาวการณ์สั่นสะเทือนของกายทิพย์  แล้วจึง
ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น  คลายออกจากสมาธิต่อไป

 


  6 เม.ย. 2551 15:45 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

วิธีถอดจิตที่ ๒

การปรับจิตจากดวงแก้วเป็นกายทิพย์

 

เมื่อท่านฝึกจนได้ปฐมฌานแล้ว  ได้นิมิตแห่งเอกัคตาเป็นดวงแก้ว
ที่แวววาวแข็งแกร่งซึ่งปรากฏด้วยความรู้สึก  แต่เมื่อเราส่งจิตใจ
ความนึกคิดมองผ่านกึ่งกลางระหว่างคิ้วออกไปก็จะพบดวงแก้วตั้งอยู่
เฉพาะหน้าเรา

 

(หรือท่านที่เกิดภาวะจิตวิญญาณรวมฉับพลันกับกายทิพย์
และได้ปรับจิตตามวิธีการถอดจิตข้อแรก วิธีที่ ๑ แล้วเริ่มฝึกต่อเนื่อง
จากนี้ไป)

 

เมื่อได้ดวงแก้ตั้งอยู่เฉพาะหน้าเราแล้ว  ขอให้ท่านค่อย ๆ ส่งกระแสจิต
เข้าไปบีบดวงแก้วนั้นให้เล็กลงแล้วก็ขยายให้ใหญ่ได้จนคล่องแล้ว
ก็ค่อย ๆ กำหนดบีบรัดดวงแก้วนั้นให้กลายเป็นรูปคนขึ้นมา  (เราจะ
สร้างรูปตัวเราได้  อาจจะสร้างจากความทรงจำ  โดยวิธีหากระจกบานใหญ๋ ๆ

มาตั้งอยู่ตรงข้ามกับเรา  มองแล้วพิจารณาจดจำภาพมาเพื่อใช้ในการ
ถอดจิตต่อไป)  ใหม่ ๆ รูปนั้นจะไม่ชัด  เลือนลางมาก  ตอนนี้ร่างนั้นจะรู้สึกว่า
ดูแล้วมีเพียงโครงร่างแก้วที่โปร่งแสง  แสดงว่า  ยังถอดจิตไม่สมบูรณ์

ท่านจะต้องค่อย ๆ ส่งจิตใจความนึกคิดของท่านเข้าไปที่โครงร่างนั้น
โครงร่างนั้นก็จะค่อย ๆ ชัดชึ้นตามกำลังของสมาธิที่สูงขึ้น  จนเห็นเป็น
รูปร่างมีเนื้อหนังมังสาขึ้น  จนกระทั่งมีหน้าตาเหมือนท่านไม่มีผิด
ท่านจะเห็นว่าท่านได้แบ่งเป็น ๒ คน  เป็นพี่น้องฝาแฝดหันหน้าเข้าหากัน
กำลังจ้องมองกัน  ท่านไม่ต้องตกใจ  ขอให้เข้าใจว่า  นั่นคือกายทิพย์ของท่าน

 

(สำหรับท่านที่จะฝึกปลงอสุภะ  พิจารณากายในกายก็เริ่มฝึกต่อในตอนนี้)
 คือ  “ส่งจิตใจกำหนดให้กายทิพย์นั้นเป็นไปตามบทปลงอสุภะ  เมื่อถอดจิต
ปลงครั้งแล้วครั้งเล่า  จิตใจก็จะสะอาด  กายทิพย์ก็จะละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้น  จิตใจ
ตัดกิเลสหมดไปเท่าใด  กายทิพย์ก็จะละเอียดมากขึ้นเพียงนั้น
”

 

กายทิพย์เมื่อถอดออกมา  ถ้าท่านฝึกส่งกระแสจิตใจความนึกคิด
มากขึ้นจนถึงจุดขั้นสุดยอดแล้ว  สามารถรวมเป็นคนออกนอกบ้าน
เดินให้สามัญชนมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อธรรมดา  และกายทิพย์นั้น
ซึ่งอยู่ในสภาพกายหยาบก็สามารถหยิบของได้  เพียงแต่ไม่พูดไม่จา
เท่านั้น  แต่ถ้าบำเพ็ญจิตสูงขึ้น  ร่างนั้นก็จะพูดได้

 

และกายทิพย์นี้จะเคลื่อน่ไหวไปไหนมาไหนได้เร็วมาก  นึกจะไปไหน
ก็ไปได้ถึงที่นั้นทันที  แต่ถ้าสมาธิอ่อนแรงลงเมื่อใด  พละกำลังก็ตกลง
การเคลื่อนที่ก็จะช้าลงด้วย  ถ้าท่านฝึกจนเห็นกายทิพย์รวมตัวเป็นคนแล้ว
จะต้องมีความสามารถมองเห็นวัตถุธาตุ  คือ  สิ่งก่อสร้างทุกอย่างรวมทั้ง 
มีความถูกต้องทั้งสีและรูปร่าง  พร้อมทั้งอ่านหนังสือไม่ผิดด้วย

 

ส่วนด้านวิญญาณนั้น  ท่านอาจจะถูกหลอกลวงง่าย  เพราะจิตนั้นยัง
อ่อนหัดและยังไม่แข็งแกร่งพอ  จึงขอให้ท่านวางจิตเป็นกลาง
พยายามตั้งสติพิจารณาทบทวนหาเหตุผลอย่างต่อเนื่อง  แล้วส่งจิตใจ
ความนึกคิดเข้าไปที่ภาพหรือเสียงนั้น  จะได้ภาพและเสียงที่เป็นความ
จริงมากขึ้น  แต่ขอให้ท่านอย่าหลงงมงายเชื่ออะไรง่าย ๆ นัก
ผู้ใดหลงง่าย ๆ ก็จะเป็นคนบ้าง่าย ๆ  คือกลายเป็นคนหลงใหลเรื่อง
ลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่ถูกต้องกับเหตุผลของความเป็นจริง  ท่านต้องค่อย ๆ
หาประสบการณ์ไป  เป็นการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ระยะหนึ่งก็จะ
เกิดความเข้าใจมากขึ้น  จนกระทั่งจะรู้ถึงความเป็นจริงเรื่องวิญญาณ
อย่างดี  เพราะเรื่องวิญญาณเป็นเรื่องละเอียดมาก ๆ ที่น่าศึกษาต่อไป

 


  6 เม.ย. 2551 16:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.55.87

  

วิธีถอดจิตที่ ๓

ถอดจิตจากกึ่งกลางระหว่างคิ้ว

 

ที่จริงไม่อยากเขียน  เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับท่าน  แต่คิด ๆ
ดูแล้วเหตุการณ์เหล่านี้อาจจะเกิดกับท่านที่ฝึกสมาธิทุกท่านได้
จึงเห็นสมควรเขียนไว้ให้ศึกษา  เผื่อเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นกับท่าน
โดยบังเอิญ  ท่านจะได้รู้วิธีแก้ไข

 

ในขณะที่ท่านฝึกปฏิบัติจิตผ่านบทที่ ๒ หาจุดยึดให้จิตสงบในขั้นต้นมานั้น
ท่านอาจจะเกิดความรู้สึกว่า  ที่ดั้งจมูกตรงกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วนั้น
มีความเสียวปวดตึงเป็นจุดอยู่  แม้ลืมตาก็ยังพบว่าตึงเสียวอยู่  เพื่อพบจุด
เสียวตึงนั้น  ท่านค่อยๆ ส่งจิตใจความนึกคิดเข้าไปจุดนั้นมากขึ้น  จุดเสียวนั้น
ก็จะหนักอึ้งมากขึ้น ๆ  จนเกิดอาการเหมือนสว่านหมุนเจาะไชเข้าไปในสมอง
จนท่านรู้สึกว่าจุดนั้นมีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนแข็งแกร่ง  ไชยิ่งลึก ๆ เข้าในสมอง
หนักเต็มที่แล้ว  ขอให้ท่านรวมจิตใจความนึกคิดอีกชั้นหนึ่งตั้งไว้ที่ตำแหน่ง
ท้ายทอยส่วนบน  ทำหน้าที่เป็นที่รวมแรงดีดถีบไปยังจิตที่รวมเป็นกลุ่มก้อนที่
หน้าผากที่จุดเสียวตึงนั้นอย่างแรง  จุดเสียวตึงนั้นก็จะถูกดีดอย่างแรง
หลุดลอยออกจากร่างกายเนื้อทันที  พุ่งเข้าสู่ในอวกาศ 
ด้วยความเร็ว
มากจนเหมือนกายเนื้อช็อกไปชั่วขณะหนึ่ง  แล้วจึงมีสติอีกครั้ง  กายทิพย์ก็

จะรู้สึกตัว  มองเห็นตัวเองกำลังลอยเหาะอยู่บนอวกาศ  มีลมผ่านข้างหู
อย่างแรง  ไม่เบาไปกว่าที่ท่านนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์

 

และเมื่อท่านจะให้กายทิพย์กลับคืนร่าง  ก็ตั้งจิตกำหนดนึกถึงกายเนื้อ
ทันทีที่ตั้งจิตอยากจะกลับคืนร่าง  กายทิพย์นั้นก็จะดีดกลับมาเข้าร่างทันที
จะมองเห็นกายเนื้ออยู่ในลักษณะเป็นหุ่นอยู่ไม่เคลื่อนไหว  และเมื่อกายทิพย์
มาถึง  ก็จะค่อย ๆ กลืนเข้าหากันเหมือนกายซ้อนกาย  และค่อย ๆ กลืนสนิท
เข้าเป็นร่างเดียว     ถ้าได้สติเต็มที่แล้ว  มีอาการใจสั่น  ก็ควรที่จะปรับจิตใจ
ให้สงบก่อน  แล้วจึงคลายออกจากการฝึกจิต

 


  6 เม.ย. 2551 16:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.232.122

  

จุดอันตราย

 

 

๑.  ระหว่างจะถอดจิตออกด้วยการกระแทกนั้น  จะต้องตั้งเป้าหมายว่า
จะไปไหน  แล้วภาวนาในใจตลอดเวลา  ใหม่ ๆ ขอให้ตั้งเป้าหมายระลึกถึง
หลวงพ่อโต  ครูบาอาจารย์หน้าหิ้งพระก่อน  ก็จะดีมาก  ฝึกจนชำนาญแล้ว
ค่อยขอให้ครูบาอาจารย์ท่านพาไปที่อื่นต่อไป

 

๒.  ระหว่างที่ถอดจิตออกด้วยการกระแทกให้จิตออกไปนั้น  ถ้าไม่มี
เป้าหมายแล้ว  จิตท่านจะลอยอยู่กลางอวกาศลอยคว้างไปเรื่อย ๆ  และถ้า
พบมารร้ายหรือดวงวิญญาณที่ไม่หวังดีแล้ว  จะถูกเขาเหล่านั้นใช้พลังจิต
ตัดสายใยทิพย์  ระหว่างกายทิพย์ที่ติดกับกายเนื้อขาดจากกัน  กายทิพย์
ท่านก็จะลอยลิ่วเหมือนว่าวที่ขาดเชือกว่าวคอยควบคุม

 

เมื่อกายเนื้อขาดจากการทิพย์แล้ว  กายเนื้อก็จะหมดลมหายใจไปในไม่ช้า
ภาวะนี้ขอให้อย่าตกใจ  รวมจิตให้เป็นหนึ่งปฏิบัติตามวิธีแก้ไขดังต่อไปนี้

 

วิธีแก้ไข
ภาวะขณะที่กายทิพย์ลอยไป  เหมือนว่าวที่ไม่มีจุดหมายปลายทางนั้น
ให้พยายามรวมจิตให้เป็นหนึ่ง  ไม่ตกใจแล้วน้อมจิตใจระลึกถึงครูบาอาจารย์
โดยท่อง 
“ธัมมัง  อรณัง”  หลวงพ่อโตช่วยลูกด้วย  ท่านก็จะได้รับ
การช่วยเหลือจากหลวงพ่อโต  ช่วยสกัดวิญญาณให้หยุด  แล้วนำพา
วิญญาณกลับคืนสู่ร่างอีกครั้งหนึ่ง

 

หมายเหตุ
ถ้าวันธรรมดาท่านภาวนาท่องระลึกว่า  “หลวงพ่อโต  ธัมมังอรณัง” 
อยู่เสมอ ๆ  เป็นกิจวัตรประจำวันทุกขณะที่จิตไม่ได้คิดสิ่งอื่นใด
แล้วอุทิศถวายกุศลผลบุญที่สร้างบำเพ็ญมา  ถวายแด่ครูอาจารย์
ท่านเชื่อไหมว่า เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน  จิตยังไม่ทันคิด  หรือจะได้พูด
ส่วนลึกของจิตใจก็จะภาวนาท่อง 
“หลวงพ่อโต  ธัมมังอรณัง”  ขึ้นมาทันที
ทันใดกับเหตุการณ์ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากหลวงพ่อโต

 

๓.  การฝึกวิธีนี้  ไม่ได้ตั้งใจเขียนให้ฝึก  แต่เขียนบันทึกไว้ในลักษณะ
บทเรียนจากประสบการณ์ของผู้เขียนประสบมาก่อน  ซึ่งสมควรเขียนให้ศึกษา

 

เพราะอย่ารู้อะไรเลยสบาย
ถ้ารู้อะไรแล้วรู้ให้จริง  รู้ให้กว้าง

 


  6 เม.ย. 2551 16:39 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
139856

  
wayo_50@hotmail.com 118.174.232.122

  

การเคลื่อนย้ายกายทิพย์

 

๑.  ความสัมพันธ์ระหว่างกายทิพย์ที่ถอดออกมากับกายเนื้อ

กายทิพย์ที่ถอดออกมานั้นเปรียบเสมือนดวงตา หรือกล้องถ่ายทอดโทรทัศน์
วงจรปิด  และดวงตานี้มีสายใย  หรือสายโทรศัพท์มาพ่วงติดกับกายเนื้อ
ซึ่งจะคอยรับและบันทึกความรู้สึก  ทั้งภาพและเสียง  กายเนื้อนี้ยังเป็นเสมือน
รังหรือบ้านของกายทิพย์  เพราะเมื่อตกใจแล้ว  กายทิพย์จะต้องรีบวิ่งดีด
กระโจนกลับเข้าร่างทันที  และกายเนื้อยังเป็นฐานสั่งกายทิพย์ให้ปฏิบัติการ
ตามคำสั่งด้วย

 

แต่เมื่อถอดกายทิพย์จนแยกออกจากกายเนื้ออย่างสมบูรณ์แล้ว  กายทิพย์นี้
ก็จะแยกออกจากกายเนื้ออยู่ตลอดเวลา  อยู่ในลักษณะเป็นเงาตามตัวของ
กายเนื้อ  โดยมีสายใยทิพย์เชื่อมโยงอยู่ และตอนนี้  กายทิพย์จะไม่อยู่ใต้
บังคับบัญชาของกายเนื้อเสมอไป  กายทิพย์กลับจะเป็นศูนย์เตือนสติป้อน
ความรู้ให้กับกายเนื้อ  ให้รู้จักผิดถูกชั่วดี

 

๒.  เริ่มเคลื่อนย้ายกายทิพย์  กำหนดจิตใจความนึกคิดจากการเนื้อสั่งการ
และบังคับให้กายทิพย์เคลื่อนที่เดินจากการเนื้อสั่งการ  และบังคับให้กายทิพย์
เคลื่อนที่เดินสำรวจภายในห้องก่อน  จนถึงสำรวจทั้งบ้าน  จุดมุ่งหมาย  พยายาม
ดูวัตถุสิ่งก่อสร้างให้ถูกต้องทั้งสีสันและรูปร่าง  ถ้าผิดจากความเป็นจริง  ให้ฝึกการ
ส่งกระแสจิตจดจ่อเข้าที่กายทิพย์ใหม่ตามวิธีเบื้องต้นที่กล่าวมาแล้ว  การที่ยังมอง
อะไรไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงนั้นเพราะว่ากายทิพย์ที่กระจายอยู่ในกายเนื้อ
ยังถอดออกมาไม่หมด  จึงต้องฝึกเพิ่มเติมใหม่

 

เมื่อท่านฝึกจนหลับตาเห็นวัตถุธาตุไม่ผิดจากความเป็นจริงแล้ว  ก็ขอให้เริ่มพิสูจน์
เรื่องวิญญาณด้วยการเพ่งมองไปที่หน้าโต๊ะหมู่  หรือหิ้งบูชาพระหรือระลึกถึง
ครูบาอาจารย์  ขอชมบารมีท่าน  ถ้าภาพไม่ชัด  ให้ค่อย ๆ ส่งจิตใจความนึกคิด
เข้าไปที่ภาพนั้น  ภาพนั้นก็จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามกำลังสมาธิ  ในขณะเดียวกัน
ถ้าท่านพบเห็นภาพที่น่ากลัว  ไม่ต้องตกใจ  ตั้งใจให้มั่นระลึกถึงครูบาอาจารย์
ส่งจิตใจความนึกคิดเข้าไปเสริมเพิ่มเติมภาพนั้นให้ชัดขึ้น  แล้วส่งกระแสจิต
สนทนากับสิ่งที่เกิดขึ้น  ฝึกเช่นนี้จนเกิดความเคยชิน  และคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้
แล้วค่อยเคลื่อนย้ายกายทิพย์ไปสนทนากับเจ้าที่  เข้าบ้านหรือดวงวิญญาณอื่น
ภายในบ้าน

 

๓.  ฝึกจนเกิดความเคยชินแล้ว  ให้ระลึกอาราธนาครูบาอาจารย์หลวงพ่อโต
ที่เราเคยสนทนาที่หน้าหิ้งพระนั้น  โปรดเมตตาพาท่านไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ

ที่ท่านเห็นว่าสมควร

 

บางครั้งเราต้องการจะพิสูจน์ว่า  กายทิพย์เรามีความแข็งแกร่งและแม่นยำขนาดไหน
เมื่อถอดกายทิพย์ไปถึงสถานที่นั้นแล้ว  จดจำเหตุการณ์และวันเวลาขณะนั้นไว้
แล้วนำไปเทียบหาความจริงกับเพื่อนคนนั้นที่เราได้ถอดกายทิพย์ไปหา

 

ทุกครั้งที่ถอดกายทิพย์ไปต่างถิ่น  ต้องเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางในถิ่นนั้น
ด้วยการกราบไหว้  และอย่าทำอะไรที่เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นท่านด้วย

ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์นำพา  ห้ามถอดจิตไปไหนอย่างเด็ดขาด  ต้องฝึก
จนกว่าครูบาอาจารย์จะสอนบทเรียนและชี้แนะจนเอาตัวรอดได้  ท่านก็
จะปล่อยให้เราไปไหนมาไหนด้วยความอิสระ

 

หมายเหตุ
การฝึกถอดกายทิพย์นี้  ใหม่ ๆ ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง  หรือ
๑๕ นาที  จึงจะสามารถรวมจิตเป็นหนึ่งถอดกายทิพย์ได้  ท่านจะต้อง
ฝึกจนสามารถรวบรวมจิตใจความนึกคิดให้เป็นหนึ่ง  ถอดกายทิพย์ให้ได้
ในชั่วพริบตาเดียว  จึงจะใช้ได้

 


  25 ก.ย. 2553 01:05 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป pad

 qweet_2m@windowslive.com 58.8.137.201:192.168.182.146

  

ขอบคุนมากนะค่ะที่นำมาให้อ่านให้ความรู้มากขึ้น

 


  29 ต.ค. 2553 13:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป โอ๊ต

  203.144.130.176:172.20.33.59

   ขอบคุณครับ ดีมากเลย

 


  13 ม.ค. 2554 16:57 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นิ้ง

 ningja37@hotmail.com 118.172.100.127

  

  กลัวอยู่อะค๊ แต่ก้ออยากถอดวินยาน ไปหาคนที่เราเคยรัก

 


  11 พ.ค. 2554 21:12 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป 123

  118.173.16.136

  

ถอดแล้วสามารถเห็นอดีตได้ด้วยเหรอ แล้วด่าผู้อื่นได้ด้วยเหรอ

ช่วยตอบด้วย

 


  15 ส.ค. 2554 17:49 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ชิมดู

 Tee--Hai@hotmail.com 223.206.32.201

  

  

ฮั้นแน่ๆ.. ริอาจจะถอดจิตไปแฟนเก่า ฮ่าๆๆๆ บุญของคนต้องถึงด้วย คนที่ กิเลสหนา ตัณหาหนัก ก็ยากที่จะเข้าถึงนะครับ

 


  21 ม.ค. 2557 14:46 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป awf

  36.248.162.70

   Otros, como sus colegas sabrán qué tipo de personalidad que tiene cuando usted envuelve su muñeca con un lujo réplica here. Usted puede creer que una clase de réplica nike venezuela suizo le traerá un sentido del honor nike shoes. Bienvenido a fijar sus ojos en los más buscados después de la réplica nike venezuela tiendas mostrará en nuestro sitio web. ¿Es aceptable su precio ? La respuesta es absolutamente sí . Por lo menos , no es necesario que desembolsar miles de dólares por él zapatos gucci hombre 2012. Lo que es más importante es que nunca vas a ver las diferencias entre esta réplica gucci zatapos y el modelo original sin la ayuda de un experto. En particular , el diseño elegante y un estilo elegante, hacen el reloj ganar su amor sin dificultad. Podemos decir con confianza que una fantástica gucci zatapos tales mirando le hará parecer seguro y exitoso . Puede ayudar a demostrar su personalidad única yun gusto refinado ipad mini cases,ipad mini 2 case,ipad mini cover,ipad mini covers,ipad mini 2 cases.

 


  22 ต.ค. 2557 19:09 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป เรียม

  49.237.141.242

   ดีมากเลยคะ

 


page [1]

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010