Logo Webboard ของ cave371
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  สนทนา เฮฮา ประสาคนรู้ใจ

  

  Topic : พันธุ์ไม้ยืนต้นที่ให้ดอก

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
cave371

  
cave371@yahoo.com 61.109.220.20

  โพสต์เมื่อ : 23 มิ.ย. 2548 21:10 น.

ไม้ยืนต้นที่ให้ดอก
      ....พฤกษชาติคลี่ใบขยายกลิ่น                     ระรื่นรสรวยรินประทินหวาน
ขจรอบอวลไปในพนา ซาบซ่านนาสาน่ารื่นรมย์
          ที่สูงโลดโดดเด่นเห็นจังก้า                     แผ่กิ่งก้านสาขาสง่าสม
ระบัดใบพลิกพลิ้วละลิ่วลม ชื่นพนมชมพนาอ่าวิไล
          ไม้ดอกออกสพรั่งตาดารดาด ตฤณชาติเขียวขจีสดสีใส
ดุจผืนพรมอันสะอาดปูลาดไป                     ประดับไว้ด้วยพฤกษานานาพันธุ์
          ต่างชนิดต่างสีต่างขนาด                     ที่แดงชาดช่อเชิดดูเฉิดฉัน
ม่วงเหลืองส้มชมพูฟ้าวิลาวัณย์                     สลับพรรณแลลานตระการตา
                             
      .... งามมวลหมู่ผกาลดาชาติ                     วิไลวิลาสมากมีหลากสีสรรค์
ส่งกลิ่นหอมตลบไปทั่วไพรวัน                     พาใจฉันปลาตทุกข์สุขสราญ
                             
      .... ตามริมฝั่งข้างธารสำราญชื่น                     ระรวยรื่นรสรินกลิ่นเกสร
ดอกพิกุลบุนนาคหลากพุดซ้อน                     ผึ้งภมรวิหคเหิรเพลินชมไพร ....

กระดังงา
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดรูปกรวยแหลม โปร่ง กิ่งเกือบตั้งฉากกับลำต้น ปลายกิ่ง ลู่ลงดิน
ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกตามซอกใบ ออกดอกตลอดทั้งปี  ผลเป็นผลกลุ่ม เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนสีจากสีเหลือง อมเขียว เป็นสีเหลืองและสีดำ ผลหนึ่งมี 4 - 5 เมล็ด เมล็ดกลมแบน
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือกิ่งตอน

กระทุ่มนา
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ 5 เมตร เรือนยอดแหลม ใบใหญ่ค่อนข้างกลม ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน เนื้อใบค่อนข้างหนา
ออกดอกเป็นช่อกลมตามปลายกิ่ง แต่ละช่อมีกาบรองดอกใหญ่อยู่ 1 คู่ กลีบรองดอกเป็นหลอดปลายแยกกันเป็น 5 แฉก กลีบดอกโคนกลีบติดกันเป็นหลอดปลายหลอดแยกเป็น 5 แฉก  เกสรตัวผู้มี 5 อัน ติดที่กลีบดอกด้านใน ผลเล็ก  ผิวแข็ง อัดรวมกันกลม เมล็ดมีปีก ออกดอกในเดือนสิงหาคมกึงกันยายน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

กฤษณา
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นเปลา ตรง เรือนยอดเป็นพุ่มทรงเจดีย์ต่ำ เปลือกเรียบสีเทา ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว มีสัญฐานรี แถบขอบขนาน ปลายใบแหลม ออกเรียงสลับกัน ผิวใบเป็นมัน
ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อเล็ก ๆ เป็นกระจุกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ผลรูปทรงรีกลมแบน  เปลือกแข็งมีขนสีเทา  เมื่อผลแก่จะแตกกลีบรองดอกเจริญติดอยู่กับผล
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

กาฬพฤกษ์
เป็นต้นไม้ผลิดใบสูงประมาณ 20 เมตร โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกสีดำแตกเป็นร่องลึก ใบเป็นประเภทใบประกอบ จำนวน 10-20 คู่ ใบออ่นจะออกสีแดง ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน หลังใบมีขนนุ่ม โคนและปลายใบมนกลม
ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งข้าง ช่อหนึ่งมีประมาณ 20 ดอก ดอกมีขนาดเล็ก กลีบรองดอกกลมมีขน ขณะที่ดอกบานกลีบจะกระดกกลับ กลีบดอกรูปไข่ เมื่อดอกบานใหม่ ๆ จะเป็นสีแดง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีส้ม เกสรตัวผู้มี 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ฝักแข็ง กลม ผิวขรุขระสีดำ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร มีเมล็ดอยู่ประมาณ 30 เมล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

กันเกรา
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร เปลือกหยาบสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึก ใบมีสัญฐานรูปรี ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ปลายและฐานใบแหลม ใบหนา
ออกดอกเป็นกระจุกบนก้านช่อสั้น ๆ เมื่อดอกเริ่มบานออกสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่มหอม ผลกลมเล็กสีส้ม เมื่อผลสุกจะออกสีแดง เมล็ดขนาดเล็ก ออกดอกเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม กันเกราจะขึ้นตามป่าเบญจพรรณชื้น และตายที่ใกล้น้ำ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

กัลปพฤกษ์
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ 12 เมตร เปลือกสีเทา เรือนยอดแผ่กว้างทุกส่วนมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบเป็นประเภทในประกอบมีใบย่อย 5-7 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนาน มีขนอ่อนทั้งหน้าและหลังใบ
ดอกสีชมพูเข้มออกเป็นช่อ ตามกิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว จะออกดอกหลังการผลัดใบพร้อมผลิใบใหม่ ผลเป็นฝักเมื่อฝักแก่จะออกสีน้ำตาลเข้ม ฝักยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีเมล็ดอยู่ประมาณ 30-40 เมล็ดต่อฝัก
ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ชอบขึ้นตามป่าเขาหินปูน และป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

กุ่มน้ำ
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 5-12 เมตร เรือนยอดแผ่กระจาย หรือรูปทรงกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบนิ้วมือ ประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ ปลายใบย่อยแหลมเรียว ใบจะร่วงหมดต้นขณะมีดอก ดอกสีเหลืองนวล เกสรสีม่วง ผลรูปกลม หรือรูปไข่สีเทา ผิวนอกแข็งและสาก พบตามริมน้ำทั่วไป
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

กุ่มบก
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 5-12 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบหรือรูปทรงกลม ใบเป็นแบบใบประกอบแบบนิ้ว  มือประกอบด้วย ใบย่อย 3 ใบ  ปลายใบย่อยป้าน ใบจะร่วงหมดต้นขณะมีดอก
ดอกสีเหลือง เกสรสีม่วง ผลรูปกลมรี พบตามป่าเบญพรรณทั่วไป หรือตามที่ดอน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด


   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  24 มิ.ย. 2548 18:29 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
cave371

  
cave371@yahoo.com 61.109.221.190

   แก้วเจ้าจอม
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 10-15 เมตร เรือนยอดกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก  มี 3 คู่ ใบย่อยมีขนาดไม่เท่ากัน ใบคู่ปลายจะยาวที่สุด ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ใบย่อยรูปรีปลายมน
ดอกสีฟ้าดอกเป็นกระจุกมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง  มี 8-10 อัน ผลสีเหลือง ออกดอกเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตอน


แก้ว
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 5 เมตร ใบเป็นประเภทในประกอบแบบขนนก ชนิดที่มีใบยอด 1 ใบ มีใบย่อย 7-8 ใบ ใบย่อยยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มีสัญฐานรีหรือรูปขอบขนาน ปลายแหลมยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร
ดอกสีส้มอมแดงไม่มีก้านดอก มักอยู่ติดกัน 3-5 ดอก ดอกเป็นหลอดแคบ ๆ มีเกสร 5 อัน  อยู่ในหลอดดอก  ผลกลมเมื่อสุก จะออกสีดำ ภายในมีเมล็ด ออกดอกเกือบตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน
          ไม้แก้วกลิ่นแก้วกราย                     หอมบ่วายวังเวงใจ
ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมหา

เขล็ง
เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 15-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมสีเขียวเข้ม  เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ใบเป็นประเภทใบประกอบ มีใบย่อย 5-9 ใบ ออกสลับกัน ปลายใบป้านหรือแหลมเรียว โคนใบกลม
ออกดอกเป็นช่อใหญ่ยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก เมื่อดอกตูมอยู่จะเป็นรูปไข่ เมื่อดอกบานจะออกสีขาว เกสรมี 2 อัน ผลเป็นรูปไข่ ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด มีเนื้อหุ้มบาง ๆ เรียกว่า ลูกหยี

แคฝรั่ง
เป็นต้นไม้ผลัดใบสูงประมาณ 15 เมตร เรือนยอดโปร่ง เปลือกลำต้นสีกระดำกระด่าง ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก  ชนิดที่มีใบย่อยที่ปลาย ใบย่อยยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มี 7-17 ใบ
ออกดอกเป็นช่อยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ดอกมี 2 สี คือ สีขาวและสีชมพู ดอกเล็กขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ฝักแบนมีเมล็ด 2-6 เมล็ดต่อฝัก ออกดอกเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำกิ่ง
แคแสด
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 20 เมตร ถ้าอยู่ในที่แห้งแล้งจะผลัดใบ ใบประกอบแบบขนนก  มีใบย่อย 4-7 คู่
ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกตั้งตรงดอกสีแสดเป็นรูประฆังขนาดใหญ่  กลีบดอกร่วงง่ายออกดอกตลอดปี แต่จะออกมากในฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ผลแบบคล้ายฝัก ปลายผลแหลม เมื่อผลแก่จะออกสีน้ำตาลดำ เมล็ดมีขนาดเล็กรูปร่าง แบนมีปีก
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

งิ้ว
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 15 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนาม เรือนยอดแผ่กระจายหรือรูปทรงกลมโปร่ง  ใบเป็นแบบใบประกอบ แบบนิ้วมือ ประกอบด้วยใบย่อย 5-7 ใบ
ดอกสีแดงหรือสีเหลือง ผลกลมยาวสีเขียวขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลและแตกออก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล ออกดอกระหว่างเดือนธันาวาคมถึงกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

จิกน้ำ
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 15 เมตร ทรงต้นแผ่กว้าง ใบรูปไข่กลับ ใต้ใบสีอ่อน
ดอกเล็กกลิ่นหอม ออกเป็นช่อที่ ปลายกิ่งห้อยลงมายาวประมาณ 30 เซนติเมตร กลีบดอกมี 4 กลีบ สีชมพู เกสรขาว มีอยู่เป็นจำนวนมากเรียง 3 ชั้น เกสรร่วงง่าย ผลรูปรีเหลี่ยมยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ปลายตัด พบขึ้นมากตามริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ป่าชายเลน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

จามจุรี
เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร เปลือกลำต้นสีดำแตกล่อนได้ง่าย เรือนยอดเป็นรูปร่มกว้าง ใบเป็นประเภท ใบประกอบขนนกสองชั้น  ใบประกอบมีช่อใบ 4 คู่ ใบย่อย 2-10 คู่ ต่อช่อใบ   ใบมีสัญฐานรูปไข่หรือรูปขนมเปียกปูนเบี้ยว ผิวใบเป็นมัน มีขนใต้ใบเล็กน้อย
ออกดอกรวมเป็นกระจุก ช่อดอกมีก้านช่อ กลีบดอกเล็กมาก  เกสรสีชมพู มีจำนวนมาก ฝักกลมแบนยาวประมาณ 15 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่จะสีดำ แต่ละฝักมีเมล็ดประมาณ 20 เมล็ด  ออกดอกเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

จันทน์กระพ้อ
เป็นต้นไม้ขนาดกลางสูงประมาณ 15 เมตร เปลือกลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลปนเทา ใบรูปขอบขนาน โคนใบเยื้องกันเล็กน้อย เส้นใบชัดทั้ง 2 ด้าน กลีบรองดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม
ดอกสีเหลืองนวล กลิ่นหอม มีขนสีน้ำตาลด้านนอก  ออกดอกเดือน พฤศจิกายนถึงมีนาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด


ชงโค
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นสูงประมาณ 10 เมตร ใบเคือบกลมแยกเป็น 2 แฉกลึก  ปลายแฉกกลม
ออกดอกเป็นช่อ  ช่อดอกออกข้าง ๆ หรือที่ปลายกิ่งช่อละ ๒-๑๐ ดอก  กลีบของดอกตะแคงข้าง กลีบดอกสีชมพูถึงม่วงเข้ม กลีบดอกแคบ เกสรตัวผู้มี ๓ อัน รังไม่มีขน ฝักยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร เมล็ดกลมมี ๑๐ เมล็ดออกดอกเดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการตอนกิ่ง
                 ชงโคเทียบชงฆา นุชนาถ เหมือนฤา....

จำปี
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 15 เมตร เรือนยอดเป็นรูปทรงเจดีย์ ใบเป็นประเภทใบเดียวรูปรี ปลายเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง
ดอกสีขาว ออกตามซอกกิ่งเป็นดอกเดียว มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน

จำปา
เป็นต้นไม้สูงประมาณ 15 เมตร เรือนยอดรูปทรงเจดีย์ ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว สีสัญฐานรูปไข่หรือรูปหอก  แบบใบมีขนอ่อนด้านล่าง
ดอกสีเหลืองส้ม เป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ ผลเป็นช่อยาว ประกอบด้วยผลย่อย ๆ รูปร่างกลม เปลือกเขียวประจุขาว
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
           จำปาหนาแน่นเนือง                     คลี่กลีบเหลืองเรืองอร่าม
คิดคนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง

ชัยพฤกษ์
เป็นไม้ต้นผลัดใบ สูงประมาณ ๑๕ เมตร เรือนยอดเป็นรูปร่ม เปลือกสีน้ำตาล ใบเป็นประเภทใบประกอบมีใบย่อย ผิวใบเกลี้ยง
ออกดอกเป็นช่อคาบกิ่งเป็นช่อสั้น ๆ กลีบรองดอกทรงรูปไข่ปลายแหลมสีแดง กลีบดอกรูปไข่กลีบ สีชมพู  เกสรตัวผู้มี ๑๐ อัน ขนาดไม่เท่ากัน ฝักกลมยาวสีดำ ผิวเกลี้ยงยาวประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีเมล็ดประมาณ ๖๐ เมล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ตะลิงปริง
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๑๐ เมตร ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนกที่มีใบเดี่ยวอยู่ตอนปลาย มีใบย่อยประมาณ ๒๕ - ๔๕ ใบ ใบย่อยรูปขอบขนานแถบรูปหอก ปลายใบแหลมยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร
ออกดอกตามกิ่งข้างและตามลำต้นบนช่อดอกสั้น ๆ กลีบดอกสีม่วงแดง ผลยาวประมาณ ๕ เซนติเมตร รอบผลเป็นร่องมี ๕ ร่อง  เมื่อสุกจะออกสีเขียวอมเหลือง ฉ่ำน้ำ เมล็ดแบนมีรสเปรี้ยว
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และการทาบกิ่ง

ตะแบกนา
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๒๕ เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกลำต้นเกลี้ยงผิวนวลเป็นมัน ใบเดี่ยวรูปหอก ยาวประมาณ ๑๕ เซนติเมตร
ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เมื่อดอกบานจะมีขนาดประมาณ ๒ เซนติเมตร กลีบดอกบานย่นสีม่วงอมชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีชัด ผลรูปไข่ เมื่อผลแก่ออกสีน้ำตาล แตกอ้าออกเป็นหลายกลีบ เมล็ดแบนสีน้ำตาลมีปีก ออกดอกระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแทบทุกภาค และตามทุ่งนาทั่วไป
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ตันหยง
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๔ เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง กิ่งโน้มลงใบเป็นประเภทใบประกอบ มีขนาดเล็กมาก
ดอกเล็กขนาดประมาณ ๕ มิลลิเมตร ออกรวมเป็นกระจุกอยู่ตามโคนใบ ดอกสีขาวอมเหลือง กลิ่นหอมแรง ฝักแบนบิดงอออกเป็นกระจุกออกดอกมากในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เป็นไม้ปลูก
ขยายพันธ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ตีนเป็ดน้ำ
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๕ เมตร ทรงร่ม ใบออกเป็นกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง ผิวใบมันรูปไข่กลับ
ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมีหลายดอก ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ ๔ เซนติเมตร สีขาวตรงกลางเหลือง โคนดอกติดกันเป็นหลอด กลีบดอกแยกกันมี ๕ กลีบ ผลสีเขียวเมื่อสุกดอกสีแดงเป็นมัน ชอบขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง และที่ลุ่มซึ่งน้ำท่วมถึงโดยทั่วไป ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง

แต้ว
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๒๕ เมตร ทรงต้นโปร่ง เปลือกลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ล่อนเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ใบออกตรงข้ามเป็นคู่  รูปขอบขนาน บางดอกมีกลิ่มหอมอ่อน ๆ
ดอกเป็นกระจุกเล็ก ๆ หรือเป็นช่อสั้น ๆ ช่อละประมาณ ๕ ดอก ออกตามกิ่งตรงโคนใบที่ร่วงไปแล้ว กลีบรองดอกสีเขียวมี ๕ กลีบ กลีบดอกสีชมพูอ่อนมี ๕ กลีบ ปลายกลีบมีครุยเป็นฝอยยาว ๆ ผลรูปไข่ยาวประมาณ ๑ - ๕ เซนติเมตร เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็น ๓ แฉก เมล็ดขนาดเล็กมีปีกออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พบตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป ขณะที่แตกใบอ่อนใบจะเป็นสีแดง
ขยายพันธ์ด้วยการเพาะเมล็ด
          เต็งแต้วแก้วกาหลง                     บานบุษบงส่งกลิ่นอาย
หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตราตรู

ทองกวาว
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๕ เมตร ทรงพุ่มรุปทรงกลมหรือทรงกระบอก ปลายกิ่งห้อยกิ่งมักคดงอ ใบเป็นประเภทใบประกอบชนิดชนิดที่มีใบย่อย ๓ ใบ ใบใหญ่และหนามีใบย่อยอยู่กลางรูปมนกว้างเกือบกลม
ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่งและด้านข้าง ดอกยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียวเข้มคล้ายกำมะหยี่มีขนคลุม กลีบดอกสีแดงสด ผลเป็นฝักสีเขียวอ่อน เมื่อผลแก่สีเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอมเหลือง
ฝักแบนรูปขอบขนานยาวประมาณ ๑๕ เซนติเมตร รูปร่างคล้ายปีกมีเมล็ดอยู่ตอนปลายฝัก ๑ เมล็ด ดอกบานระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน กระจายพันธุ์ตามป่าเบญจพรรณและป่าแดงทั่วประเทศ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
          ทองกวาวคราวดอกแดง                    เชิงจำแจงแดงเ***ยงหัน ....


ทองหลางใบมน
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๕ เมตร ลำต้นสีเทา เปลือกเป็นลายคล้ายเปลือกแตกตืน ๆ สีเทาอ่อน เรือนยอดกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบชนิดที่มี ๓ ใบย่อย ใบย่อยเป็นรูปไข่หรือรูปไข่กึ่งขนมเปียกปูน สีเขียว ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน
ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง ดอกสีแดงและแดงแสด ยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร ฝักยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร  เป็นข้อ ๆ สีน้ำตาลเข้ม เมล็ดสีแสด ออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นไม้ปลูก
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ทองหลางด่าง
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๐ เมตร ลำต้นสีเทา เปลือกลำต้นเป็นลายคล้ายเปลือกแตกตื้น สีเทาอ่อน เรือนยอดกลม ใบเป็นใบประกอบชนิดสามใบย่อย ใบย่อยเป็นรูปไข่ หรือรูปไข่กึ่งขนมเปืยกปูนสีเขียวและมีลายเหลือง
ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง มักสลัดใบหมดต้น ก่อนออกดอก  เป็นไม้ปลูก
ขยายพันธุ์ด้วยการปัก ชำกิ่งและการตอนกิ่ง

เทียนกิ่ง
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๔ เมตร ทรงพุ่ม ใบออกตรงข้ามกัน มีสัณฐานรูปไข่แคบ ๆ ขนาดประมาณ ๓ เซนติเมตร
ดอกมีขนาดเล็กมาก สีขาวหรือสีแดง กลิ่นหอมเย็นเป็นช่อตามปลายกิ่ง กลีบดอกเล็กย่น เกสรตัวผู้มี ๘ อัน ผลกลมขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ เป็นเหลี่ยม ออกดอกเดือนสิงหาคมถึงกันยายน
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน
            "เทียนเอ๋ยเทียนกิ่ง                     ออกกระจุ๋มกระจิ๋มเป็นนักหนา
ออกติดกันเป็นช่อละออตา กลิ่นเย็นจับวิญญาน่าชื่นชม"

นนทรี
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๒๕ เมตร เปลือกลำต้นสีเทาเรียบ ตามกิ่งและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงทั่วไป เรือนยอด เป็นรูปร่ม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก ๒ ชิ้น มี ๔-๑๓ คู่ แต่ละคู่มีใบย่อย ๑๐-๒๒ คู่ ใบย่อยไม่มีก้านใบ ใบมีสัณฐานรูปไข่
ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง  ช่อดอกเป็นรูปทรงเจดีย์ ยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร กลีบรองดอกด้านนอกมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน ปลายฝักรูปรี โดยฝักสอบแหลม สีน้ำตาลแดง เมื่อฝักแก่จะเป็นสีดำ แต่ละฝักมี ๑-๔ เมล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

บุนนาค
เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ ๒๐ เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบรูปเจดีย์ทรงต่ำ  ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบ สีน้ำตาลปนเทา  ใบรูปหอกหรือขอบขนาน ด้านบนสีเขียวด้านล่างสีเขียวอมขาว ใบอ่อนสีชมพู
ดอกสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน  ออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก ๒-๓ ดอก กลีบรองดอกสีเขียวเข็งและติดเป็นผล เกสรตัวผู้สีเหลืองมีจำนวนมาก ผลทรงรูปไข่เมื่อผลแก่มักแตกเป็น ๒ ซีก ภายในมีเมล็ด ๒-๓ เมล็ด ผิวสีน้ำตาลมัน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ปีบ
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ ๒๐ เมตร เปลือกลำต้นสีเทาขรุขระ ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก ๒-๓ ชิ้น ใบย่อยมีสัณฐานรูปไข่แกมรูปหอก ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตั้งตรงยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ดอกจะทยอยกันบาน กลีบอดกสีขาวที่โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร ส่วนปลายแยกเป็น ๕ กลีบ
ดอกจะบานและมีกลิ่นหอมตอนเย็นถึงกลางคืน  ผลเป็นฝักแบน  มีเมล็ดมาก  เมื่อฝักแก่จะแตกออกเมล็ดจะมีปีก ร่อนไปได้  ออกดอกเดือนตุลาคมถึงธันวาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด การสลัดรากหรือชำรากลำต้นใต้ดิน

ปีบทอง
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๐ เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ  ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบ ๒-๓ ชิ้น ใบย่อยรูปไข่ปลายใบแหลม
ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ เป็นกลุ่มตามลำต้น และกิ่งก้านมีประมาณ ๕-๑๐ ดอก ดอกบานไม่พร้อมกัน ดอกสีเหลืองแสดเป็นหลอดสั้น ๆ ปลายกลีบแยกเป็น ๕ แฉก ผลเป็นฝักกลมยาวผิวเกลี้ยงยาวประมาณ ๔๐ เซนติเมตร เมื่อฝักแก่จะแตกออกเมล็ดในฝักมีปีกบาง ๆ ออกดอกเดือนมกราคมถึงเมษายน ขณะออกดอกมักทิ้งใบหมดต้น เป็นไม้ที่พบตามเขาหินปูนที่ชุ่มชื้นทางภาคเหนือ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประดู่แดง
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๒๐ เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง กิ่งลู่ลงดิน ใบเป็นประเภทใบประกอบ มีใบย่อย ๖-๑๐ คู่ ใบที่อยู่ปลายยอดจะเป็นคู่ที่ใหญ่ที่สุด ใบย่อย 2 ข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ใบมีสัณฐานรูปไข่หรือรูปหอกผิวใบเกลี้ยง
ออกดอกเป็นช่อเกาะเป็นกระจุกตามกิ่ง ๓-๕ กระจุก แตะละกระจุกมีประมาณ ๓-๕ ดอก กลีบรองดอกมี ๔ กลีบสีแดง กลีบคุ่มเหมือนเรือ เกสรสีแดง มีขนาดความยาวไม่เท่ากัน ผลเป็นฝักแบนรูปขอบขนานโค้งเล็กน้อยยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร แต่ละฝักมี ๑ เมล็ด ออกดอกเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานประมาณ ๒ สัปดาห์
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประดู่บ้าน
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่สูงประมาณ ๒๐ เมตร  ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมหรือรูปเจดีย์ทรงต่ำทึบ เปลือกลำต้นสีน้ำตาลมีรอบแตกตามทางยาว กิ่งก้านทอดลงต่ำ ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยประมาณ ๗-๑๓ ใบ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ผิวใบเกลี้ยง โคนใบกว้างมนกลม และปลายใบเรียว
ออกดอกเป็นช่อตามใบใกล้ยอด กลีบรองดอกเขียวกลีบดอกสีเหลืองอมส้มขนาดประมาณ ๑ เซนติเมตร ผลเป็นฝักกลมแบนมีปีกโดยรอบ แต่ละฝักมี ๑ เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแห้งแต่ไม่แตก ขึ้นตามป่าเบญจพรรณชื้น
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

พฤกษ์
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๒๕ เมตร เรือนยอดแบน เปลือกลำต้นขรุขระสีเทาเข้มแตกเป็นร่องรูปเหลี่ยม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก มี ๒-๔ คู่ แต่ละคู่มีใบย่อยประมาณ ๓-๖ คู่ ใบย่อยไม่มีก้านใบ มีสัณฐานรูปรีแกมรูปไข่กลับ โคนใบกลมหรือเบี้ยว ผิวใบเกลี้ยง
ออกดอกเป็นช่อกลม เกสรสีขาวนวล  มีกลิ่นหอม ช่อดอกออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มี ๑-๔ ช่อ ผลเป็นฝักแบนบาง สีเทาอมเหลืองรูปขอบขนานหัวท้ายบน  แต่ละฝักมี ๔-๑๒ เมล็ด ออกดอกประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน มีขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด


พลอง
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๖ เมตร ลำต้นตรง  ใบออกตรงกันข้าม  แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมัน ใต้ใบสีอ่อน  ใบขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร
ออกดอกตามข้อเป็นกระจุก ดอกขณะตูมมีสีชมพู เมื่อดอกบานจะเป็นสีม่วงน้ำเงิน ดอกมี ๔ กลีบ บานเกือบพร้อมกันทั้งต้น  ผลเมื่อสุกสีม่วงแดงดำ พบตามป่าเบญจพรรณ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

พะยอม
เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ผลัดใบ สูงประมาณ ๒๕ เมตร เปลือกลำต้นสีเทาเข้มแตกเป็นร่อง เรือนยอดทึบทรงรูปไข่ ใบรูปขอบขนาน หรือรูปรีแคบขอบขนาน ปลายใบป้าน
ออกดอกเป็นช่อ กระจายที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง ดอกสีขาวออกข้างเดียว มีกลิ่นหอม กลีบรองดอกเจริญเป็นปีก ๓ ปีกใหญ่ และ ๒ ปีกเล็กของผล ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พบตามป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบที่มีดินทราย
          "กลิ่นแก้มนางหอม                     พะยอมเปรียบเทียบเนื้อนวล "

พิกุล
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๒ เมตร เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มกลม  เปลือกสีเทาอมน้ำตาลมักมีรอยแตกตามแนวยาวของลำต้น ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว ทรงรูปไข่หรือรูปหอกแคบ  ออกเวียนสลับกัน
ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม  ออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบ กลีบรองดอกมี ๒ วง ๆ ละ ๔ กลีบ กลีบดอกมี ๒๔ กลีบ  เรียงซ้อนกัน ๒ วง โคนกลีบเชื่อมกัน ผลทรงรูปไข่ยาวประมาณ ๓ เซนติเมตร เมื่อผลสุกจะมีสีแดง เนื้อเหลือง  รสหวาน  เมล็ดแข็ง
ออกดอกเกือบตลอดปี  พบตามป่าดงดิบภาคใต้  ภาคกลางและภาคตะวันออก
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
        พิกุลบุนนาคบาน                     กลิ่นหอมหวานซ่านขจร
แม้นนุชสุดสายสมร                     เห็นจะวอนพี่อ้อนชาย

พี้จั่น
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๒ เมตร  โคนต้นเป็นพูพอนเล็กน้อย เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ เปลือกลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ใบเป็นแบบใบประกอบแบบขนนกเรียงตัวเป็นคู่ ๆ ปลายช่อใบจะมีใบย่อย ๑ ใบ
ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งข้าง หรือออกพร้อมกับใบที่ผลิใหม่  กลีบรองดอกสีม่วงเข้มเกือบดำ  เมล็ดกลมแบน  ออกดอก    เดือนธันวาคมถึงมกราคม  ขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าแดงทั่วไป
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

พุดน้ำ
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๑๐ เมตร กิ่งเมื่อยังอ่อนจะมีขน ใบสีเขียวผิวเป็นมัน ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร
ดอกไม่มีก้าน ออกที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง ดอกสีขาว เมื่อออกได้ ๑ วัน จะเป็นสีเหลือง กลิ่นหอม กลีบรองดอกรูปทรงกระบอกสีเขียวอ่อนผิวเป็นมันและบาง  กลีบดอกตอนโคนติดกันเป็นหลอดยาว ๕-๑๐ เซนติเมตร ผิวเกลี้ยงและมีสันตื้น
ดอกบานในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือการตอน

ยี่เข่ง
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๖ เมตร  ทรงต้นโปร่ง  เปลือกลำต้นสีน้ำตาลเป็นมัน ใบออกเยื้องกันเล็กน้อย  เกือบตรงกันข้าม  ทรงรูปไข่  ปลายแหลม
ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู และสีม่วง ขนาดกว้างประมาณ ๓ เซนติเมตร กลีบดอกบาง และเป็นคลื่นดูคล้ายย่นมี ๖ กลีบ โคนกลีบเรียวเป็นก้านเล็ก ๆ เกสรสีเหลืองมีจำนวนมาก ผลเมื่อแก่จะมีเปลือกแข็ง ภายในมีเมล็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก
ออกดอกในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

รวงผึ้ง
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๕ เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม  ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร ใบสีเขียว  ใต้ใบเป็นสีอ่อน  และเป็นเกล็ดเล็ก ๆ
ดอกสีเหลืองกลิ่นหอม  ออกเป็นกระจุกตามกิ่งข้าง และมักจะบานพร้อมกัน กลีบรองดอกมี ๕ กลีบ เหมือนรูปดาว ไม่มีกลีบดอก มีเกสรตัวผู้เป็นจำนวนมาก
ดอกบานในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เป็นไม้พื้นเมืองของไทยทางภาคเหนือ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน

ราชพฤกษ์
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ ๑๓ เมตร เปลือกลำต้นเรียบเกลี้ยงสีเทาอ่อน ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยประมาณ ๑๐ คู่
ออกดอกเป็นช่อ  ออกตามกิ่งข้างและห้อยลง ช่อดอกโปร่งยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ดอกมี ๕ กลีบ สีเหลืองสด  หรือสีเหลืองแกมเขียว  เกสรตัวผู้มี ๑๐ อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝักกลามยาวประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง เมื่อฝักแก่  จะเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เมล็ดรูปมนแบนสีน้ำตาลผิวเป็นมัน
ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์ถึงพฤษภาคม ขึ้นทุกภาคตามป่าเญจพรรณหรือป่าแดง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ลั่นทมขาว
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๕ เมตร ลำต้นและกิ่งก้านอวบ สีน้ำตาลปนเทา ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวรูปร่างคล้ายใบหอก  ยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร
ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม  ออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง ดอกรูปทรงกรวยปลายแยกเป็น ๕ กลีบ ผลเป็นฝักยาวประมาณ  ๑๒ เซนติเมตร ติดกันคล้ายผลแฝด เมล็ดมีขน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด การตอน และการปักชำ
        "หอมเอยลั่นทมฉมไกล                     กลิ่นซึ้งตรึงใจดอกไม้อื่นใดไม่ปาน
หอมอวลใจซึ้งอยู่ในฤทัยวิญญาณ                     หอมจะคงตลอดกาลสิ้นปรานยังฝันใฝ่"

ลั่นทมแดง
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๕ เมตร คล้ายลั่นทมขาว
ดอกสีแดง  ก้านดอกสีม่วงแดง  เป็นไม้ปลูก
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และกิ่งตอน


ลำดวน
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๕ เมตร ลำต้นโปร่งตรง  เรือนยอดทึบรูปกรวยทรงต่ำ ใบดอกออกเดี่ยวสีเขียวเข้ม  หลังใบสีนวล
ดอกสีนวล  ชั้นนอกมี ๓ กลีบ แผ่แบนออก ชั้นในหุ้มเข้าหากัน มีลักษณะรูปทรงคล้ายสายเหลี่ยม กลีบชั้นในเป็นคลื่น  เริ่มส่งกลิ่นหอมเวลาเย็นถึงเข้าวันรุ่งขึ้น  ผลเมื่อสุกจะเป็นสีดำ มีรสหวานอมเปรี้ยว
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และกิ่งตอน
        ลำดวนหวลหอมตระหลบ                     กลิ่นอายอบสบนาสา
นึกถวิลกลิ่นบุหงา-                     รำไปเจ้าเศร้าถึงนาง

ศรีตรัง
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ ๑๐ เมตร  ทรงต้นโปร่ง  ใบเป็นประเภทใบประกอบรูปขนนก ใบย่อยรูปทรงรี  ปลายแหลม
ดอกสีน้ำเงินปนม่วง  ออกเป็นช่อ  แต่ละดอกเป็นรูปกรวย  ปลายแยกเป็น ๕ กลีบ  ดอกยาวประมาณ ๓ เซนติเมตร
ออกดอกในเดือนธันวาคม  อาจจะออกในเดือนอื่นบ้างประปราย เมื่อออกดอกมักจะทิ้งใบหมดทั้งต้น  ผลรูปทรงกลม แบน และบาง  เมื่อผลแก่จะแตกออกทั้ง ๒ ด้าน เมล็ดขนาดเล็ก มีปีกและเบามาก
ขยายพันธุ์ด้วยการเพราะเมล็ด

สารภี
เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ ๑๓ เมตร  ไม่ผลัดใบ  เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ  เปลือกลำต้นสีเทาปนดำ  แตกล่อนเป็น สะเก็ด  แผ่นใบหนาทรงรูปไข่กลับแกมรอบขนาน ปลายมน
ดอกมีกลีบสีขาว  กลิ่นหอม  เกสรสีเหลืองมีจำนวนมาก  ผลรูปทรงกระสวย  เมื่อผลสุกจะออกสีเหลือง  เมล็ดเดี่ยวแข็ง
ออกดอกระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์  เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในไทย  ขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าดิบใน ภาคเหนือ  ภาคตะวันออก  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ส้านใหญ่
เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่สูงประมาณ ๓๕ เมตร  ใบรูปไข่กลับยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร  ปลายป้าน  ใบเรียวเป็นครีบจนถึงโคนใบ
ดอกสีเหลืองออกตามกิ่งข้าง  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕ เซนติเมตร  เกสรตัวผู้เรียง ๒ ชั้น ดอกมักจะออกขณะผลัดใบ หมดต้น หรือกำลังแตกใบอ่อน  ผลสีเหลืองอมส้ม  ทรงกลม  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เซนติเมตร  ภายในมีเมล็ดมาก  ขึ้นตามป่าเบญจพรรณหรือชายป่าดงดิบภาคใต้
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

สุพรรณิการ์
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๑๒ เมตร  กิ่งก้านคดงอ  ใบรูปหัวใจ  แผ่นใบแยกเป็น ๕ แฉก  ปลายแฉกทั้ง  ๕  แหลม  ขอบในเป็นคลื่น
ดอกสีเหลืองกลิ่นหอม กลีบบาง  เกสรสีเหลือง รังไข่มีขน
ออกดอกเป็นช่อกระจายที่ปลายกิ่งบานทีละดอก ผลทรงกลม เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็นหลายพู ภายในมีเมล็ดรูปไตสีน้ำตาล  หุ้มด้วยปุยขาวคล้ายปุยฝ้าย
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง

เสลา
เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๑๒ เมตร เรือนยอดกลม ใบดก กิ่งน้อมลงรอบ ๆ ทรงพุ่มเปลือกลำต้นสีดำ  แตกเป็นร่องเล็ก ๆ ตามแนวยาวของลำต้น ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามมีขนทั้งสองด้าน ใบรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม
ดอกสีม่วงอมชมพูหรือม่วงและขาว  ขนาดประมาณ ๓ เซนติเมตร  ออกดอกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่งและกิ่งข้าง ผลทรงกลมรี  เมื่อผลแก่ออกสีน้ำตาลดำแตกเป็นหลายพู เมล็ดสีน้ำตาลเข้มมีปีก
ออกดอกระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึง มกราคม พบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

หางนกยูงไทย
เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๓ เมตร ทรงพุ่มกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ประกอบด้วย ๔-๑๐ ช่อใบ ใบย่อยมีประมาณ ๑๐ คู่ อยู่ตรงกันข้ามใบย่อยยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร
ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง กลีบดอกมีขนาดไม่เท่ากัน มีหลายสีได้แก่ สีเหลือง แดง และชมพู ผลเป็นฝักมี ๔-๘ เมล็ด  ออกดอกตลอดปี

อโศกน้ำ
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๒๐ เมตร เรือนยอดกลมทึบ เปลือกสีดำ ใบเป็นประเภทใบประกอบมี ๑-๗ คู่ ใบทรงรูปไข่ หรือรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบเกลี้ยง
ออกดอกเป็นช่อ กลีบรองดอกมี ๔ กลีบ รูปไข่กลับ แกมขอบขนาน แต่ไม่มีกลีบดอก  เกสรตัวผู้มี ๖-๘ อัน ผลเป็นฝักรูปขอบขนานถึงรูปหอกยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
ออกดอกระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ มักขึ้นริมน้ำตามป่า ปลูกเป็นไม้ประดับ
ขยายพันธ์ด้วยการเพาะเมล็ด

อโศกเหลือง
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๐ เมตร เรือนยอดกลมทึบ  ใบยาวรูปขอบขนานหรือรูปหอก  ปลายแหลม ผิวใบเกลี้ยง
ดอกสีเหลือง ช่อดอกใหญ่ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๖ เซนติเมตร ผลเป็นฝัก เมื่อฝักแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดสีแดงคล้ำ  ดอกบานระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

อินทนิลน้ำ
เป็นไม้ต้นกึ่งผลัดใบขนาดกลาง สูงประมาณ ๑๒ เมตร เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลม เปลือกลำต้นหนาสีเทา ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม  ใบยาวทรงรูปไข่กึ่งขอบขนาน ผิวใบเรียบเป็นมัน
ดอกสีม่วงสด ม่วงปนชมพู ชมพู หรือขาว ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและกิ่งข้างช่อยาวประมาณ ๑๐-๕๐ เซนติเมตร ดอกขนาดใหญ่มีกลีบดอก ๖ กลีบ ขนาดประมาณ ๗ เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้เป็นจำนวนมาก ผลทรงรูปไข่ เมื่อผลแก่จะออกสีน้ำตาล  แตกเป็น ๖ พู เมล็ดมีปีก
ออกดอกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ชอบขึ้นตามริมน้ำในป่าดิบหรือป่าเบญจพรรณ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

      ....ลมรำเพยพัดโชยมาระรื่น                     ชุ่มชื่นเร้าใจให้เริงอารมณ์
พันธุ์ดอกไม้ดูน่าชิดชม เคล้ามาตามลมพาให้ชื่นชู ....
      ....ลมเย็นเย็นพัดโชยมาชื่นฉ่ำ                     ใกล้ค่ำหอมชื่นกลิ่นพันธุ์บุปผา
ชื่นยิ่งนักเมื่อลมพัดมา แสนชื่นอุราพาใจเบิกบาน


 


  2 มี.ค. 2552 22:56 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป numpol

 numpol.su@gmail.com 117.47.98.181

   ไม่ทราบมีเมล็ดพันธุ์ไม้ยืนต้นให้ดอก ไหมครับ อยากปลูกในกระถางไม่ทราบจะได้หรือเปล่า

 


  3 ต.ค. 2552 20:32 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป prayoon

 prayoon_chainarong@yahoo.com 58.9.65.35

  

สนใจเมล็ดพันธ์ไม้ยืนต้นดอกหอม

 


page [1]

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010