Logo Webboard ของ champ-milk
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  การตรวจสอบคุณภาพน้ำนม

  

  Topic : การตรวจสอบคุณภาพน้ำนม

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  ผู้ชมทั่วไป champ-milk

 champsing@hotmail.com 117.47.5.4

  โพสต์เมื่อ : 21 ม.ค. 2552 22:43 น.

เพิ่มเติมรายละเอียดได้ที่กระทู้นี้


   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  3 ก.พ. 2552 16:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

  

น้ำนมเป็นสารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนซึ่งให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ในประเทศไทยผู้บริโภคน้ำนมส่วนใหญ่เป็นเด็ก หญิงมีครรภ์และผู้สูงอายุ ดังนั้นน้ำนมแปรรูปเป็นนมพร้อมดื่มหรือผลิตภัณฑ์นม จึงต้องมีคุณภาพสูงเพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความเสี่ยงกับการเป็นโรคได้ง่าย

ในขบวนการสร้างน้ำนมของโคนมเพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพสูงโคนมต้องมี สุขภาพสมบูรณ์ ได้รับหญ้าและอาหารขั้นที่มีคุณค่าทางโภชนะสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายของโคนม นอกจากนั้นสิ่งแวดล้อมและคอกที่โคอยู่ต้องสะอาด ถูกสุขอนามัยและที่สำคัญที่สุดในขณะรีดนม ตัวผู้รีดเอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาดด้วย เพราะน้ำนมมีคุณสมบัติดูดกลิ่นได้ดี เมื่อมีสิ่งปนเปื้อน จะทำให้คุณภาพของน้ำนมลดลง

การตรวจคุณภาพของน้ำนม นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตัดสินราคาน้ำนมแล้ว ยังเป็นการแบ่งระดับคุณภาพน้ำนมของสมาชิก แยกน้ำนม ที่มีคุณภาพต่ำไม่ให้ปะปนกับน้ำนมที่มีคุณภาพดีขณะเดียวกันเกษตรกรยังสามารถ นำผลการตรวจไปใช้ในการปรับปรุงสุขาภิบาลในคอก ช่วยในการจัดการฟาร์มและป้องกันสภาวะโรคในฝูงโคนม

เอกสารนี้ต้องการให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เข้าใจการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมให้ดีขึ้น และปลูกจิตสำนึกที่จะปรับปรุงคุณภาพน้ำนมเพื่อประโยชน์ต่อตัวเองและผู้บริโภค

ปัจจุบันนี้การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมจะทำได้ 2 ระดับ คือการตรวจสอบเบื้องต้นที่ศูนย์รวมน้ำนมขณะรับซื้อและการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมที่ห้องปฏิบัติการ ดังแผนภูมิ

 


  3 ก.พ. 2552 16:15 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 119.42.71.40

  

  

น้ำนมเป็นสารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนซึ่งให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ในประเทศไทยผู้บริโภคน้ำนมส่วนใหญ่เป็นเด็ก หญิงมีครรภ์และผู้สูงอายุ ดังนั้นน้ำนมแปรรูปเป็นนมพร้อมดื่มหรือผลิตภัณฑ์นม จึงต้องมีคุณภาพสูงเพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความเสี่ยงกับการเป็นโรคได้ง่าย

ในขบวนการสร้างน้ำนมของโคนมเพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพสูงโคนมต้องมี สุขภาพสมบูรณ์ ได้รับหญ้าและอาหารขั้นที่มีคุณค่าทางโภชนะสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายของโคนม นอกจากนั้นสิ่งแวดล้อมและคอกที่โคอยู่ต้องสะอาด ถูกสุขอนามัยและที่สำคัญที่สุดในขณะรีดนม ตัวผู้รีดเอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาดด้วย เพราะน้ำนมมีคุณสมบัติดูดกลิ่นได้ดี เมื่อมีสิ่งปนเปื้อน จะทำให้คุณภาพของน้ำนมลดลง

การตรวจคุณภาพของน้ำนม นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตัดสินราคาน้ำนมแล้ว ยังเป็นการแบ่งระดับคุณภาพน้ำนมของสมาชิก แยกน้ำนม ที่มีคุณภาพต่ำไม่ให้ปะปนกับน้ำนมที่มีคุณภาพดีขณะเดียวกันเกษตรกรยังสามารถ นำผลการตรวจไปใช้ในการปรับปรุงสุขาภิบาลในคอก ช่วยในการจัดการฟาร์มและป้องกันสภาวะโรคในฝูงโคนม

เอกสารนี้ต้องการให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เข้าใจการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมให้ดีขึ้น และปลูกจิตสำนึกที่จะปรับปรุงคุณภาพน้ำนมเพื่อประโยชน์ต่อตัวเองและผู้บริโภค

ปัจจุบันนี้การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมจะทำได้ 2 ระดับ คือการตรวจสอบเบื้องต้นที่ศูนย์รวมน้ำนมขณะรับซื้อและการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมที่ห้องปฏิบัติการ ดังแผนภูมิ

 


  3 ก.พ. 2552 16:24 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

  

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมเบื้องต้นที่ศูนย์รวมน้ำนม

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมเบื้องต้นที่ศูนย์รวมน้ำนม มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้น้ำนมที่มีคุณภาพต่ำปนกับน้ำนมที่มีคุณภาพดี ตรวจสอบโดยการใช้ประสาทสัมผัสคือ ดูสีน้ำนม ดมกลิ่นจากถังบรรจุน้ำนมของเกษตรกร นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบคุณภาพด้านอื่น เช่น ความถ่วงจำเพาะ อัลกอฮอล์

1.1 การหาความถ่วงจำเพาะในน้ำนม

น้ำนมจะมีค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ระหว่าง 1.030-1.033 ที่ 20 องศา ซ. น้ำนม ที่มีไขมันสูงจะทำให้ค่าความถ่วงจำเพาะลดลง เพราะความถ่วงของไขมันมีค่าประมาณ 0.93 แต่ส่วนประกอบอื่น เช่น ปริมาณโปรตีน น้ำตาลแลคโตส และเกลือแร่ ในน้ำนมที่สูงจะทำให้ความถ่วงจำเพาะมีค่าเพิ่มขึ้น การปลอมปนน้ำในน้ำนม ก็ทำให้ความถ่วงจำเพาะลดลงเช่นกัน
เกณฑ์ที่ใช้รับซื้อน้ำนมในปัจจุบันมีค่าอยู่ระหว่าง 1.025-1.027
 
1.2 การดูปฏิกิริยาของน้ำนมกับอัลกอฮอล์
 
โปรตีนในน้ำนมที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะไม่คงตัวเพราะมีบางส่วนไปเกาะกับ แคลเซี่ยมและฟอตเฟตในน้ำนม เมื่อมีอัลกอฮอล์อยู่จะเกิดเป็นตะกอน นอกจากนี้ การตกตะกอนยังพบในน้ำนมเหลืองจากแม่โคหลังคลอด ในน้ำนมจากโคที่เป็นโรคเต้านมอักเสบ อัลกอฮอล์ที่ใช้ทดสอบมีความเข้มข้นตั้งแต่ 68%, 70% และ 75%
บางครั้งอาจใส่สารที่เป็นตัวชี้เช่นอริซารีนผลมรวมกับอัลกอฮอล์เพื่อให้เห็นปฏิกิริยาชัดเจนขึ้น

น้ำนมที่มีค่าความเป็นกรด 6.4

เมื่อเกิดปฏิกิริยาจะ เห็นเป็นตะกอนสี เหลืองน้ำตาล
น้ำนมที่มีค่าความเป็นกรด 6.6-6.8 ตะกอนสีชมพูม่วง
น้ำนมที่มีค่าความเป็นกรด มากกว่า 6.9 ตะกอนสีม่วงแดง


 

 


  4 ก.พ. 2552 21:56 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบ

ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำนมดิบ

       น้ำนมดิบตรวจโดยใช้เครื่องอัตโนมัติ ตรวจหาค่าไขมัน โปรตีนแลคโตส ธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน และธาตุน้ำนมทั้งหมด สามารถตรวจทั้ง 5 ค่าได้พร้อมกัน ในประเทศไทยได้ใช้ค่าไขมัน และธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน ในการพิจารณาให้ราคาน้ำนมตามมาตรฐานน้ำนมดิบ ซึ่งสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้น้ำนมดิบคุณภาพดีควรมีองค์ประกอบน้ำนม ดังนี้
          ไขมัน (Fat)  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3.2
           โปรตีน (Protein) 
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.8
          ธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน (Solids Not Fat) 
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.25
          ธาตุน้ำนมทั้งหมด (Total solids) 
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 12
         
การตรวจนับจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมดิบ
(Somatic Cell Count)  ไม่มากกว่า 500,000 เซลล์ / มิลลิลิตร       

 


  4 ก.พ. 2552 22:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.62

  

การตรวจสอบองค์ประกอบของน้ำ

เป็นการตรวจหาโดยใช้เครื่อง CombiFoss 6000  ซึ่งประกอบด้วยเครื่อง Milko  Scan  FT  6000  และ  Fossomatic   5000 basic

 

Milko  Scan  FT  6000 

         ใช้สำหรับตรวจค่าองค์ประกอบน้ำนม ได้แก่ค่า Fat  (% F)  ค่า  crude  and  true protein (% P)  ค่า Lactose (% L) ค่า  Solid Not  Fat  (% SNF) และค่า Total  Solid (% TS)
 

หลักการทำงาน  
         ใช้ระบบ FTIR (Fourier Transform Infared Spectroscopy) โดยย่านความถี่ที่ใช้งานคือ 2 - 11 um (mid infared) ย่านความถี่ของ Laser  เท่ากับ  632.8  nm  ในทุกรูปคลื่นประกอบไปด้วยผลรวมของฟังก์ชัน sine และทุก ๆ  ฟังก์ชัน sine  คือ frequency (wavelength)  และ amplitude (intensity)  ระบบ FTIR จะทำการวัดตลอดย่านความถี่ mid infared (Full spectum) เครื่องจะทำการวัดปริมาณแสง Infared ที่ผ่านมาจาก Cuvette ซึ่งความแตกต่างของการดูดกลืนแสงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของตัวอย่างน้ำนม
 

Fossomatic 5000  

         ใช้สำหรับตรวจวัดค่าปริมาณเม็ดเลือดขาวในน้ำนมดิบ (Somatic Cell Count)
 

หลักการทำงาน
        เครื่อง FM 5000 ทำการวัดค่า Somatic Cell  โดยการใช้หลักการ Flow cytometry คือการส่งผ่านตัวอย่างน้ำนมดิบในลักษณะเป็น thin string โดยมี Rinse/Sheath liquid เป็นตัวพา ทำให้  Somatic Cell ถูกเรียงตัวเป็นระเบียบก่อนที่จะส่งผ่านไปยัง Flow Cell โดยน้ำนมจะถูกย้อมด้วย Fluorescent dye ซึ่งจะย้อมโมเลกุล DNA ใน Somatic Cell ก่อนถูกส่งผ่านไปใน Flow Cell  เมื่อตัวอย่างน้ำนมผ่าน Counting unit แสงสีน้ำเงินจาก halogen Lamp จะกระทบ Somatic Cell และทำให้  Somatic Cell สะท้อนแสงสีแดงออกไปที่ Detector แล้ว pulse ของแสงสีแดงจะถูกขยายและนับโดย photo multiplier และคูณด้วย working factor ที่กำหนดเอาไว้ออกมาเป็นจำนวน Somatic Cell /ml

 


  5 ก.พ. 2552 22:52 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมในห้องปฏิบัติการ

มีการตรวจสอบหลายชนิด
อุณหภูมิ
ความเป็นกรด - ด่าง
จุดเยือกแข็ง
การประมาณจำนวนจุลินทรีย์โดยดูการเปลี่ยนสีของน้ำยา
การตรวจสอบทางจุลชีววิทยา
ส่วนประกอบน้ำนม
การตรวจนับจำนวนเซลล์โซมาติก
การตรวจสารตกค้าง

2.1 อุณหภูมิ

เนื่องจากน้ำนมมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์และครบถ้วนจุลินทรีย์จึงเจริญเติบโตได้ดี ในการเก็บรักษาน้ำนมเพื่อคงคุณภาพไว้ควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำเพราะบักเตรีเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะแบ่งตัวทุก ๆ 20-30 นาที โดยจะเพิ่มจำนวนจากหนึ่งเซลล์ดังนี้



หลังจาก ครึ่ง ชั่วโมง เป็น 2 เซลล์
หลังจาก 1 ชม. เป็น 4 เซลล์
หลังจาก 2 ชม. เป็น 16 เซลล์
หลังจาก 11 ชม. เป็น 10 เซลล์


ขณะเดียวกันการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ จะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ เช่น

หลังจากรีดนม จะมีบักเตรี 40,000 ตัว/มล.
หลังจากรีดนม 24 ชม. ที่ 5 องศา ซ. 90,000 ตัว/มล.
หลังจากรีดนม 24 ชม. ที่ 10 องศา ซ. 180,000 ตัว/มล.
หลังจากรีดนม 24 ชม. ที่ 15 องศา ซ. 4,500,000 ตัว/มล.

ดังนั้นจึงควรเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศา ซ.<P>

 


  5 ก.พ. 2552 22:56 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.62

  

  2.2 ความเป็นกรด-ด่าง

น้ำนมมีความเป็นกรด-ด่าง ที่ระดับค่อนข้างเป็นกลาง คือที่ 6.6-6.8 น้ำนมจากโคนมที่เป็นโรคเต้านมอักเสบ จะมีฤทธิ์เป็นด่าง
การตรวจสอบความเป็นกรด-ด่างทำได้หลายวิธี เช่น วิธีไตเตรทหรือตรวจด้วยเครื่อง พี-เอช มิเตอร์

2.3 จุดเยือกแข็ง

การตรวจจุดเยือกแข็งของน้ำนม มีจุดประสงค์เพื่อตรวจการปลอมปนน้ำ ปกติแล้วจุดเยือกแข็งของน้ำนมโค จะต่ำกว่าน้ำและมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -0.55 องศา ซ.<P>

 


  5 ก.พ. 2552 23:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.62

   2.4 การประมาณจำนวนจุลินทรีย์โดยดูการเปลี่ยนสีของน้ำยา

การประมาณจำนวนจุลินทรีย์ โดยดูการเปลี่ยนสีของน้ำยาหรือรีดั๊กชั่นเทสต์ จะสามารถแบ่งเกรดของน้ำนมได้เพราะปริมาณจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำนมจะทำให้สีของน้ำยาทดสอบเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาหลังจากที่เติมน้ำยานั้นลงไปในตัวอย่างน้ำนม
การตรวจสอบแบ่งเป็น 2 ชนิด ตามชนิดของน้ำยาที่ใช้ คือเมธิลีนบลูและรีซาซูรีน

2.4.1 เมธิลีนบลูรีดั๊กชั่นเทสต์ ดูการเปลี่ยนแปลงของสีหลังจากเติมน้ำยาเมธิลีนบลู และบ่มที่อุณหภูมิ 37 องศา ซ. การอ่านผลให้อ่านผลครั้งแรก หลังจากเติมน้ำยาไปแล้วครึ่งชั่วโมงและอ่านผลหลังจากนั้นทุก ๆ ชั่วโมง จนถึง 6 ชั่วโมง ตัวอย่างที่มีจุลินทรีย์มากจะเปลี่ยนสีของน้ำยา จากสีฟ้าอมเขียว เป้นสีขาว
 
 
 
2.4.2 รีซาซูรีน รีดั๊กชั่นเทสต์ ดูการเปลี่ยนแปลงสีหลังจากเติมน้ำยารีซาซูรีนและบ่มที่อุณหภูมิ 37 องศา ซ. การอ่านผลให้อ่านหลังจากเติมน้ำยา 1 ชั่วโมง หรืออ่านผลในชั่วโมงที่ 1 และ 3 การเปลี่ยนสีของน้ำยารีซาซูรีน จะเปลี่ยนจากสีม่วงน้ำเงิน เป็นสีม่วงแดง ชมพู หรือขาว ตามจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำมันนั้น

 


  5 ก.พ. 2552 23:08 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

2.5 การตรวจสอบทางจุลชีววิทยา

จุลินทรีย์ในน้ำนมที่ตรวจเป็นงานประจำได้แก่ บักเตรี ยีสต์ และรา จำนวนจุลินทรีย์ในน้ำนมจะมีปริมาณมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่ การปฏิบัติต่อโคนมในขณะรีดนม การทำความสะอาด การจัดการสุขาภิบาลในคอก และการปนเปื้อนจากภาชนะที่ใช้ในการรีดนมหรือผู้รีดนม

การตรวจทางจุลชีววิทยาที่จะกล่าวในที่นี้ สามารถแบ่งเป็นการตรวจนับจำนวนบักเตรีทั้งหมด การตรวจหาบักเตรีกลุ่มโคไลฟอร์ม การตรวจนับบักเตรีที่ทนความร้อน การตรวจนับบักเตรีที่ชอบความเย็น
วิธีในการตรวจนับทางจุลชีววิทยา จะทำโดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อซึ่งเป็นวุ้น ผสมกับน้ำนมหรือน้ำนมที่เจือจางแล้ว ให้เข้ากันในจานอาหารเลี้ยงเชื้อ จากนั้นจะเพาะจานอาหารเลี้ยงเชื้อไว้ โดยบ่มที่อุณหภูมิระดับต่าง ๆ ตามแต่ชนิดของการตรวจสอบ

2.5.1 การตรวจนับจำนวนบักกเตรีทั้งหมด
น้ำนมที่สะอาดคุณภาพยอดเยี่ยมจะมีจุลินทรีย์เพียง 1,000 เซลล์ต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตร ในประเทศไทยให้คุณภาพน้ำนมเกรดหนึ่งที่จำนวน 100,000 เซลล์ต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตร บักเตรีในน้ำนมนี้สามารถตรวจนับได้หลังจากบ่มที่อุณหภูมิ 32 องศา ซ. เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ได้กำหนดให้น้ำนมดิบที่นำมาผลิตนมสดมีจุลินทรีย์ทั้งหมดในน้ำนมไม่เกิน 400,000 เซลล์ ต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตร

2.5.2 การตรวจหาบักเตรีกลุ่มโคไลฟอร์ม
บักเตรีกลุ่มนี้พบได้ในลำไส้ของคนและสัตว์ ในอุจจาระ ในโคนมที่เป็นโรคเต้านมอักเสบ ในภาชนะรีดนม หรือในคอกซึ่งล้างทำความสะอาดไม่ทั่วถึง หากตรวจพบจุลินทรีย์กลุ่มนี้มากกว่า 100 เซลล์ ต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตร แสดงว่าสุขลักษณะของการรีดนมปฏิบัติได้ไม่ถูกต้อง จึงมีการปนเปื้อนของบักเตรีกลุ่มนี้

วิธีการตรวจสอบทำโดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อสำหรับหาจุลินทรีย์กลุ่มนี้ผสมกับน้ำนม แล้วบ่มที่อุณหภูมิ 37 องศา ซ. เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นตรวจนับจำนวนจุลินทรีย์ ที่มีลักษณะเฉพาะที่ขึ้นในจานอาหารเลี้ยงเชื้อนั้น

2.5.3 การตรวจนับบักเตรีที่ทนความร้อน
บักเตรีสามารถแบ่งเป็นชนิดตามอุณหภูมิที่เจริญเติบโต ในน้ำนมจะมีบักเตรี ที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ภายหลังขบวนการพาสเจอร์ไรซ์ซึ่งบักเตรีนี้จะอยู่ตามเต้านม และภาชนะใส่นม ในน้ำนมที่มีจำนวนบักเตรีทั้งหมดมากมีบักเตรีชนิดนี้อยู่มากและมีผลทำให้อายุการเก็บน้ำนมนั้นสั้นลง

การตรวจบักเตรีในกลุ่มนี้ จะต้องทำน้ำนมให้ร้อนเสียก่อนที่อุณหภูมิ 62 องศา ซ. เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนำตัวอย่างน้ำนมนั้น มาตรวจโดยใช้วิธีเดียวกับการตรวจนับจำนวนบักเตรีทั้งหมด

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุให้น้ำนมพาสเจอร์ไรซ์ มีบักเตรีได้ไม่เกิน 10,000 เซลล์ ต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตร

2.5.4 การตรวจนับบักเตรีที่ชอบความเย็น
ยังมีบักเตรีอีกกลุ่มหนึ่งในน้ำนมซึ่งเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิต่ำบักเตรีกลุ่มนี้จะพบได้ในเต้านมและในถังนม ซึ่งมีอุณหภูมิที่ลดต่ำ 2-7 องศา ซ. ส่วนใหญ่ของจุลินทรีย์กลุ่มนี้สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อน หากยังมีอยู่ในน้ำนม จะทำให้คุณภาพของน้ำนมนั้นลดลง มักทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เพราะจุลินทรีย์พวกนี้จะสร้างน้ำย่อย ย่อยโปรตีนและไขมันในน้ำนม ทำให้น้ำนมเสื่อมคุณภาพและเน่าเสียได้

การตรวจนับบักเตรีกลุ่มนี้ จะบ่มที่อุณหภูมิ 7 องศา ซ. เป็นเวลา 10 วัน

2.6 ส่วนประกอบน้ำนม

ส่วนประกอบส่วนใหญ่ของน้ำนมคือ น้ำซึ่งมีอยู่ประมาณ 87% ส่วนประกอบย่อยที่สำคัญคือ ไขมัน โปรตีน น้ำตาลแลคโตส เกลือแร่ ไวตามิน ส่วนประกอบต่าง ๆ ในน้ำนม จะมีค่าสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับอาหารที่เลี้ยงโคนม พันธุ์โคนม ฤดูกาล ระยะเวลาให้น้ำนม อายุของโคนมสุขภาพของโคคุณลักษณะเฉพาะตัวของโคนมและวิธีการรีดน้ำนม
นอกจากนี้แล้ววิธีการตรวจวิเคราะห์ส่วนประกอบน้ำนมแต่ละวิธีหรือแต่ละเครื่องมือ ก็ยังให้ค่าที่มีความแตกต่างกัน การตรวจส่วนประกอบน้ำนมในปัจจุบันนี้ ใช้เครื่องมืออัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำงานได้รวดเร็วและลดความคลาดเคลื่อนของวิธีการตรวจได้มากสามารถตรวจหาค่าส่วนประกอบต่าง ๆ ได้ทั้ง ไขมัน โปรตีน น้ำตาลแลคโตส ของแข็ง ไม่รวมไขมันและของแข็งทั้งหมด ในน้ำนมในเวลาเดียวกัน
ในประเทศไทย เกณฑ์ที่ใช้ในการให้ราคาคือ % ไขมัน และ % ของแข็งไม่รวมไขมัน ซึ่งมีค่าประมาณดังนี้

เปอร์เซ็นต์ไขมัน อยู่ระหว่าง 3.20-3.50
เปอร์เซ็นต์ของแข็งไม่รวมไขมัน อยู่ระหว่าง 7.15-8.50

2.7 การตรวจนับจำนวนเซลล์โซมาติก
เซลล์โซมาติก เป็นเนื้อเยื่ออันได้แก่ เม็ดเลือดขาวและเยื่อบุผนังของท่อส่งนม หรือถุงพักน้ำนม ซึ่งลอกหลุดปนในน้ำนม ขณะรีดนม
ปริมาณของเซลล์โซมาติก จะเป็นตัวชี้สภาพของเต้านม ถ้าสภาพของเต้านม รังนมและถุงพักน้ำนม ปกติปริมาณเซลล์จะต่ำแต่เมื่อมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อทำลายเชื้อโรค ขณะเดียวกันเนื้อเยื่อบุเต้านม ท่อน้ำนม ที่ถูกเชื้อโรคทำลายจะอ่อนแอ มีการลอกหลุดมากขึ้นกว่าปกติ
เมื่อไม่มีการรักษา เชื้อจะลุกลามทำให้ระบบการสร้างน้ำนมเสียหาย หากมีการรักษาได้ทันท่วงที เนื้อเยื่อจะค่อย ๆ สมานและกลับเข้าสู่สภาวะเดิม หากการทำลายเป็นแบบเรื้อรัง ผนังเนื้อเยื่อจะสมานแต่ไม่สามารถเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้การสร้างน้ำนมลดลง ถุงพักมีขนาดเล็กลง การรีดน้ำนมก็ได้จำนวนน้อยลงตามลำดับ ซึ่งจะเกิดความเสียหายและเสียทางเศรษฐกิจ
ประโยชน์ที่จะได้จากการตรวจนับเซลล์ จะทำให้เราทราบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเต้านม ทำให้สามารถดูแลจัดการฝูงโคนมได้ทันท่วงที ก่อนแสดงอาการ
ปัจจุบันนี้เกษตรกรที่เลี้ยงโคนมเป็นจำนวนมาก จะมีปัญหาในการดูแลและจัดการฝูงโคนม จึงต้องใช้วิทยาการนี้มาช่วยเหลือโดยดูปริมาณของระดับเซลล์ หากโคนมตัวใดให้นมที่มีเซลล์สูง แม้ว่าการให้นมยังเป็นปกติ น้ำนมยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะเก็บตัวอย่างน้ำนมส่งตรวจทางจุลชีววิทยา ขณะเดียวกันก็แยกโคนมนั้นไว้รีดนมทีหลังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ที่อาจทำให้เกิดเต้านมอักเสบไปสู่โคนมตัวอื่น ๆ ในฝูง
ระดับเซลล์โซมาติกที่ใช้ควบคุมนั้น หากเป็นน้ำนมรวมของฝูงจะต้องให้มีค่าไม่เกิน 500,000 เซลล์ต่อมิลลิลิตร และถ้าเป็นน้ำนมแต่ละตัว ต้องมีไม่เกิน 250,000 เซลล์ ต่อมิลลิลิตร

2.8 การตรวจสารตกค้าง
สารตกค้างในน้ำนมเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่มีผลต่อผู้บริโภค สามารถจำแนกได้เป็น ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าแมลง พิษจากเชื้อราและโลหะหนัก

2.8.1 ยาปฏิชีวนะ ยาที่ตกค้างในน้ำนมเกิดจาก ในขณะใช้ยา ฉีดรักษาโคป่วย เกษตรกรยังรีดนมส่งอยู่ ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาโรคจะถูกขับออกทางน้ำนมเมื่อคนบริโภคน้ำนมนี้จะมีผลทำให้เกิดภูมิแพ้หรือทำให้เกิดการดื้อยา ในยากลุ่มเพนนิซิลิน
ในปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยยาตกค้างในน้ำนม ทดสอบได้โดยวิธีดูการต้านการเจริญเติบโตของจุลชีพ โดยใช้เครื่องมือพิเศษเฉพาะ
กฏระเบียบได้กำหนดไม่ให้พบ ยาปฏิชีวนะในน้ำนม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้บริโภคขณะเดียวกันในการผลิต ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกริต เนยแข็ง เนย หากมียาปฏิชีวนะปนเปื้อนในน้ำนม ขบวนการผลิตก็จะชงัก เพราะยาที่ตกค้างจะระงับการเจริญของจุลินทรีย์ที่เติมลงไปในน้ำนม
2.8.2 ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนในน้ำนม มาจากการใช้ยาฆ่าแมลง กำจัดพยาธิภายนอกร่างกายโคนม เช่น เหลือบ เห็บ แมลง และการใช้ยาฆ่าแมลง กำจัดแมลงในคอก เช่น แมลงวัน มด ยาฆ่าแมลงบางชนิดจะมีฤทธิ์คงอยู่นาน และคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมดังนั้นเกษตรกรจึงพึงระมัดระวังในการใช้ยาฆ่าแมลงนี้ การตรวจสามารถทำได้โดยสกัดไขมันนมแล้วตรวจโดยใช้เครื่องมือพิเศษเฉพาะ ในปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่ได้มีการวางกฎระเบียบ เกี่ยวกับระดับของยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในน้ำนม

2.8.3 พิษจากเชื้อรา เชื้อราที่ทำให้เกิดพิษมีอยู่ 3 ชนิด และพิษเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งในคนและสัตว์ มีอันตรายถึงชีวิต เชื้อราและพิษของเชื้อรามีอยู่ในวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ แหล่งอาหารที่มักพบเชื้อราคือ เมล็ดธํญพืช ข้าวโพด ถั่วลิสง พิษจากเชื้อราสามารถเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเก็บเกี่ยว หรือในขณะผึ่งแห้ง และขณะเก็บไว้ในยุ้งฉาง ละอองของเชื้อราสามารถฟุ้งกระจายได้ทั่วไปในบรรยากาศ พิษจากเชื้อราเมื่ออยู่ในร่างกายโคนม สามารถขับออกมากับน้ำนมได้และทนต่อความร้อนที่สูง
การตรวจพิษจากเชื้อรา สามารถทำโดยวิธีตรวจเฉพาะทาง
ประเทศไทยยังไม่มีข้อกำหนดในเรื่องพิษจากเชื้อราในน้ำนม

2.8.4 โลหะหนัก โลหะหนักที่ปนเปื้อนในน้ำนมมาจากสิ่งแวดล้อมมีผลต่อบริโภคซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทสามารถตรวจได้จา กวิธีและเครื่องมือเฉพาะ
ประเทศไทยยังไม่มีข้อกำหนดในเรื่องโลหะหนักที่ปนเปื้อนในน้ำนม
เกษตรกรที่สนใจจะส่งตัวอย่างน้ำนม เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำนม สามารถส่งที่ กองสัตวแพทย์สาธารณสุข กรมปศุสัตว์ ซึ่งให้บริการโดยไม่คิดมูลค่า สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 2517922 2515136-8 ต่อ 228 ในเวลาราชการ
หากต้องการส่งตัวอย่างตรวจส่วนประกอบน้ำนม หรือเซลล์โซมาติก ใช้ปริมาณน้ำนมเพียง 30 มิลลิลิตร ใส่ในขวดที่สะอาดนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว หากต้องการตรวจทางจุลชีววิทยา จะใชัน้ำนมประมาณ 100-150 มิลลิลิตร การเก็บตัวอย่าง ต้องคนตัวอย่างให้ทั่วใส่ในภาชนะที่สะอาด ซึ่งนึ่งฆ่าเชื้อแล้วและใส่ในกระติกน้ำแข็ง อย่าให้น้ำที่ละลายจากน้ำแข็งซึมเข้าในขวดตัวอย่าง

 


  5 ก.พ. 2552 23:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

คุณภาพของน้ำนม

ปัจจุบันมีการบริโภคนมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากน้ำนมเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย และดื่มได้ทุกเพศทุกวัย น้ำนมจากแต่ละแหล่งนั้นก็จะมีคุณภาพแตกต่างกันออกไป ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่านมที่ท่านดื่มนั้นมีคุณภาพ และท่านทราบหรือไม่ว่าในน้ำนมที่ดื่มอาจมีสารตกค้างอยู่ได้ อาทิ ยาปฏิชีวนะ , เชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการคุ้มครองผู้บริโภคเกิดขึ้น ทั้งจากภาครัฐ เช่น การควบคุมคุณภาพน้ำนมดิบ และการควบคุมคุณภาพนมพร้อมดื่ม การจัดประเภทผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มเป็นอาหารควบคุมเฉพาะที่ผู้ผลิตต้องขออนุญาตผลิต และขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารก่อน เมื่อได้รับอนุญาตจึงจะผลิตออกจำหน่ายได้ เป็นต้น นอกจากนี้ประชาชนเองก็ยังสามารถคุ้มครองตนเองได้ โดยควรจะมีความรู้ในการเลือกซื้อ และการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์นม ตลอดจนการอ่านข้อมูลโภชนาการที่ฉลากได้อย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ

การคุ้มครองผู้บริโภค
โดยภาครัฐ
<<< การคุ้มครอง
ผู้บริโภค
>>> การคุ้มครองตนเอง
ของผู้บริโภค


การคุ้มครองผู้บริโภคโดยภาครัฐ


• คุณภาพน้ำนม

น้ำนมที่มีคุณภาพดี หมายถึง น้ำนมที่มีความเหมาะสมกับการบริโภค และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่างๆ โดยพิจารณาคุณภาพของน้ำนม ในหลายประการ คือ

(1) องค์ประกอบในน้ำนมซึ่งจะบอกถึงคุณค่าทางโภชนาการของน้ำนม
(2) การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ การปนเปื้อนของเซลล์ต่างๆจากตัวแม่โค ฝุ่นละออง
(3) การตกค้างของสารพิษ


• การตรวจสอบคุณภาพน้ำนม

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะบ่งชี้ ถึง ความสด ความสะอาด บริสุทธิ์ ลักษณะที่ผิดปกติ คุณภาพทางด้านสุขศาสตร์ องค์ประกอบของน้ำนม การปลอมปน และการปนเปื้อนของสารต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงของจุดเยือกแข็ง วิธีการตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ มี 2 ส่วน ประกอบกัน ดังนี้

1. การตรวจดูองค์ประกอบของน้ำนม และการตรวจสอบปริมาณสารปนเปื้อน
หรือสารตกค้างและผลิตผลต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ที่มีอยู่ในน้ำนม องค์ประกอบน้ำนม
ได้แก่ ไขมัน โปรตีน แลคโตส เนื้อนม และหรือเนื้อนมไม่รวมไขมัน
สารปนเปื้อน ได้แก่ ปฏิชีวนะ อะฟลาท๊อกซิน

2. การตรวจดูความสด และคุณภาพทางด้านสุขศาสตร์ วิธีนี้สามารถเริ่มทำได้
ณ ศูนย์รับนมดิบ ได้แก่
- การตรวจด้วยความรู้สึกสัมผัส (สี กลิ่น ความสะอาด และอุณหภูมิ)
- การตรวจความเป็นกรดโดยดูการตกตะกอนเมื่อต้มเดือด
หรือ การตกตะกอนด้วยแอลกอฮอล์
- การตรวจสอบความเป็นกรดของน้ำนมด้วยการทำปฏิกิริยากับด่าง
(acidity test)
- การตรวจนับเชื้อจุลินทรีย์มาตรฐาน
- การทดสอบการเปลี่ยนสีด้วยการวัดความสามารถในการใช้ออกซิเจน
ของจุลินทรีย์ (dye reduction test)


• การตรวจสอบยาปฏิชีวนะ และยาต้านจุลชีพตกค้างในน้ำนม

การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมและรักษาโรคในวัว นั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาการตกค้างของยาในน้ำนม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ควรให้ความสนใจ เนื่องจากน้ำนมเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับเด็ก และเป็นอาหารสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ดังนั้นการตกค้างของยาในน้ำนมจะมีผลกระทบต่อผู้บริโภคทุกคน เช่น อาจเกิดการดื้อยา หรือแพ้ยาได้ โดยเฉพาะเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ควรให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด นอกจากนี้แล้วการตกค้างของยาปฏิชีวนะยังก่อปํญหาต่อการผลิต ผลิตภัณฑ์นมที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการผลิต เช่น นมเปรี้ยว และ เนยแข็ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการตรวจสอบน้ำนมดิบ หรือผลิตภัณฑ์นม เพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำนมให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยใช้ “ชุดทดสอบยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพในนม และผลิตภัณฑ์นม” โดยชุดทดสอบเบื้องต้นที่ใช้กันทั่วไป อาทิ

1. ชุดตรวจสอบสารต้านจุลชีพตกค้างในน้ำนม : AM-TEST
ซึ่งผลิตเพื่อการวิจัยและพัฒนาโดย โครงการพัฒนาชุดตรวจสอบยาต้านจุลชีพตกค้างฯ และศูนย์ติดตามการดื้อยาฯ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. ชุดทดสอบยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพในนม และผลิตภัณฑ์นม
ของกองอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

3. Delvotest ®
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์

หลักการของชุดทดสอบยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพฯ คือ การอาศัยการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในชุดทดสอบ โดยในชุดทดสอบจะมี เชื้อแบคทีเรีย เช่น Geobacillus Stearothermophilus หรือ Bacillus Stearothermophilus (ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดทดสอบ) รวมทั้งอาหารเลี้ยงเชื้ออยู่ และใส่ Bromcresol pueple เป็น indicator เมื่อหยดน้ำนมใส่ลงไปในชุดทดสอบฯ แล้วนำไปบ่มเพาะเชื้อที่อุณหภูมิ ประมาณ 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดทดสอบฯ) หรือจนกว่าหลอด Negative control (น้ำนมที่ไม่มียาปฏิชีวนะอยู่) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจนหมด แล้วจึงอ่านผล หากไม่มียาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพไปยับยั้งการเจริญของเชื้อ แบคทีเรียในชุดทดสอบจะเจริญเติบโต และย่อยสลายน้ำตาลในชุดทดสอบ เกิดเป็นกรดขึ้น ทำให้ชุดทดสอบเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเหลือง แต่หากมียาปฏิชีวนะในน้ำนมจะทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโตได้จึงไม่เกิดการสร้างกรดขึ้นมา ดังนั้นชุดทดสอบจะยังคงเป็นสีม่วง หรือ ม่วง-เหลือง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของยาที่ตกค้างอยู่


• การอ่านผลการทดสอบ

หมายเหตุ : ชุดทดสอบในภาพเป็น ชุดทดสอบยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพในนม และผลิตภัณฑ์นม ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


การคุ้มครองตนเองของผู้บริโภค

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มมากมายหลายยี่ห้อ และหลายประเภทให้เลือกซื้อ เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ นมสเตอริไลส์ นมยู เอช ที นมแคลเซียมสูง นมไขมันต่ำ นมผสมน้ำผลไม้ เป็นต้น แล้วผู้บริโภคจะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร เพื่อให้ได้นมที่มีคุณภาพและปลอดภัยในการบริโภค


• การเลือกซื้อนมพร้อมดื่ม

ข้อควรคำนึงถึงก่อนกรเลือกซื้อ คือ การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มของร้านค้า ควรเก็บไว้ในที่ ที่เหมาะสม เช่น ไม่อยู่ในที่ ที่โดนแสงแดดโดยตรง หรือ อยู่ใกล้ความร้อนหรือที่ชื้น ไม่ควรอยู่ใกล้วัตถุมีพิษ และไม่ควรวางซ้อนทับกันมากเกินไป เพราะอาจทำให้กล่องที่อยู่ด้านล่างรับน้ำหนักไม่ไหว จึงเกิดรอยรั่วทำให้เชื้อโรคเข้าไปได้ โดยวิธีการเลือกซื้อมีดังนี้

1. สังเกตฉลาก
นมพร้อมดื่มต้องแสดงวัน เดือน ปี ที่หมดอายุหรือควรบริโภคก่อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มที่ใกล้หมดอายุ เพราะนมอาจหมดอายุก่อนบริโภคหมด นอกจากนี้ที่ฉลากต้องมีเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย.

2. สังเกตภาชนะบรรจุ
ดูที่กล่อง กระป๋อง ถุง ต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยไม่มีรอยรั่วซึม หรือฉีกขาด

3. การซื้อนมพาสเจอร์ไรส์
ไม่ควรซื้อจำนวนมากเพราะนมพาสเจอร์ไรส์มีอายุการเก็บรักษาสั้น อาจบริโภคไม่ทัน

4. นมยู เอช ที
ควรดูที่กล่องต้องไม่บุบบวม หรือ แตก ถ้ากล่องบุบบวม ไม่ควรซื้อบริโภค


• ฉลากโภชนาการคืออะไร

การแสดงฉลากโภชนาการ คือ การแสดงข้อมูลโภชนาการของอาหารนั้นๆ บนฉลากในรูปของชนิด และปริมาณของสารอาหาร โดยอยู่ภายในกรอบ ที่มีรูปแบบเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า กรอบข้อมูลโภชนาการ นอกจากนั้น ยังรวมถึงการใช้ข้อความ กล่าวอ้างทางโภชนาการ เช่น โปรตีนสูง เสริมวิตามินซี เป็นต้น

ดังนั้น จึงกล่าวง่ายๆได้ว่า ฉลากโภชนาการ คือ… ฉลากอาหารปกติทั่วไป ซึ่งต้องมีข้อมูลการแสดงฉลากโดยทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิต น้ำหนักสุทธิ ฯลฯ อยู่แล้ว และ ฉลากนี้ มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ ของอาหารนั้น ในรูปของ "กรอบข้อมูลโภชนาการ" ซึ่งระบุชนิดสารอาหาร ปริมาณสารอาหาร ตามรูปแบบเงื่อนไขที่กำหนด โดยอาจมี ข้อความกล่าวอ้าง เช่น แคลเซียมสูง เสริมไอโอดีน ด้วยหรือไม่ก็ได้


• ประโยชน์ของฉลากโภชนาการ

ฉลากโภชนาการช่วยให้ผู้บริโภค

1. เลือกซื้ออาหารและเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือภาวะทาง
โภชนาการของตนได้ เช่น เลือกอาหารที่ระบุว่ามีโคเลสเตอรอลต่ำ หรือ มีโซเดียมต่ำ

2. เปรียบเทียบเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน โดยเลือกที่มีคุณค่า
ทางโภชนาการดีกว่าได้

3. ในอนาคต เมื่อผู้บริโภคสนใจ ต้องการข้อมูลโภชนาการของอาหาร ผู้ผลิตก็จะ
แข่งขันกันผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า แทนการแข่งขันกันในเรื่อง
***บห่อ สี หรือสิ่งจูงใจภายนอกอื่นๆ


• ข้อมูลโภชนาการที่แสดงบนฉลาก แบ่งเป็น...

1. ข้อมูลที่บังคับ คือ ข้อมูลสารอาหารที่มีความสำคัญหลักสำหรับคนไทย ได้แก่

- ปริมาณพลังงานทั้งหมด และปริมาณพลังงานที่ได้จากไขมัน
- คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน
- วิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะที่สำคัญสำหรับภาวะโภชนาการของคนไทยปัจจุบัน
คือ วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม เหล็ก
- สารอาหารที่ต้องระวังไม่ให้กินมากเกินไป ได้แก่ โคเลสเตอรอล โซเดียม
ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาล
- สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ใยอาหาร
นอกจากนั้น ยังบังคับเพิ่มเติมในกรณีต่อไปนี้ด้วย คือ
- สารอาหารที่มีการเติมลงในอาหาร (Fortification/Nutrification)
- สารอาหารที่มีการกล่าวอ้าง เช่น หากระบุว่า "มีไอโอดีน" ไอโอดีนก็จะกลายเป็น
สารอาหารที่บังคับให้แสดงในกรอบข้อมูลโภชนาการด้วย

2. ข้อมูลที่ไม่บังคับ (นอกจากที่กำหนดในข้อมูลบังคับ) ก็สามารถใส่ในฉลากได้ เช่น วิตามินเกลือแร่อื่นๆ ก็สามารถใส่ในฉลากได้ แต่ต้องระบุต่อท้ายจาก เหล็ก และเรียงจากมากไปหาน้อยด้วย

สำหรับรูปแบบมาตรฐานของกรอบข้อมูลโภชนาการนั้น ใช้แบบเต็มเป็นหลัก โดยอาหารที่มีสารอาหารไม่กี่อย่าง (ตามเกณฑ์) จะได้รับอนุญาตให้เลือกแสดงแบบย่อก็ได้ สารอาหารที่บังคับ มีดังนี้

- สารอาหารบังคับในกรอบข้อมูลโภชนาการแบบเต็ม มี 15 ตัว
ได้แก่ พลังงานทั้งหมด ,พลังงานจากไขมัน ,ไขมันทั้งหมด ,ไขมันอิ่มตัว ,
โคเลสเตอรอล ,โปรตีน , คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ,ใยอาหาร ,น้ำตาล ,โซเดียม ,
วิตามินเอ ,วิตามินบี1 ,วิตามินบี 2 ,แคลเซียม และเหล็ก
- สารอาหารบังคับในกรอบข้อมูลโภชนาการแบบย่อ มี 6 ตัว
ได้แก่ พลังงานทั้งหมด , ไขมันทั้งหมด ,โปรตีน ,คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ,
น้ำตาล ,โซเดียม

กรอบข้อมูลโภชนาการแบบย่อให้เลือกใช้ได้หากอาหารนั้นมีสารอาหารบังคับตามแบบเต็มจำนวน 8 รายการขึ้นไปจาก 15 รายการ อยู่ในปริมาณน้อยมาก


• รายละเอียดข้อมูลที่แสดงบนเลขสารบบอาหาร

เลขสารบบอาหาร ประกอบด้วยตัวเลข 13 หลัก แสดงถึงข้อมูลสำคัญ 2 ชุด ได้แก่

- ชุดข้อมูลชุดแรก (X) คือข้อมูลสถานที่ประกอบการ
ประกอบด้วยตัวเลข 8 หลักแรก

- ชุดข้อมูลชุดหลัง (Y) คือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
ประกอบด้วยตัวเลข 5 หลักหลัง

 


  5 ก.พ. 2552 23:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 119.42.65.245

  

               ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ว่านมโรงเรียนต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาเรื่องคุณภาพโดยระบุถึงจังหวัดในพื้นที่เขต 7 ถึง 5 จังหวัดนั้น ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต 7 อุบลราชธานี ได้สรุปข้อมูลและการดำเนินงานในเรื่องคุณภาพนมโรงเรียน ตั้งแต่ช่วงปลายปีงบประมาณ 2541 จนถึงปัจจุบันดังนี้

               ศูนย์ฯ ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขต 7 พัฒนาผู้ผลิตนมพลาสเจอร์ไรส์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 7 รายใน 3 จังหวัด (อุบลราชธานี 4 ราย, ศรีสะเกษ 1 ราย, ร้อยเอ็ด 2 ราย) ให้มีระดับความสามารถผลิตนมที่มีคุณภาพและปลอดภัย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมและเกษตรกรในท้องถิ่น โดยศูนย์ทำหน้าที่

-เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการให้คำแนะนำในเรื่องกระบวนการผลิตที่ดี (GMP)

-ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำเพิ่มเติม ณ สถานที่ผลิต เมื่อผู้ผลิตได้พัฒนาปรับปรุงตามคำแนะนำเรื่อง GMP

-กำหนดรายการวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบคุณภาพนมดิบเพื่อควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ

-จัดการฝึกอบรมการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบในเรื่อง Alcohol test และ Dye reduction test ให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพของโรงงานผู้ผลิตทั้ง 4 ราย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี และตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวม 15 คน

-ติดตามผลการตั้งห้องปฏิบัติการและดำเนินการปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบของโรงงานผู้ผลิต พบว่า ดำเนินการแล้ว 3 แห่งอีก 1 แห่ง อยู่ระหว่างการพัฒนา

               ทั้งยังได้เสนอแนวทางในเรื่องการประกันคุณภาพ ที่จัดซื้อสำหรับโรงเรียนและเด็กเล็กให้เป็นเรื่องในระดับนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากมีงบประมาณอยู่ในส่วนราชการต่างๆ ได้แก่ สำนักงานประถมศึกษาจังหวัด (โรงเรียนประถมศึกษา), สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์), สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก), และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (งานโภชนาการ) โดยผู้ซื้อซึ่งมีการซื้อ จำนวนหลายหมื่นหน่วย จนถึงหลายแสนหน่วยต่อสัญญาเป็นผู้สุ่มตัวอย่าง ตามที่ศูนย์ฯ แนะนำเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ โดยผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าตรวจวิเคราะห์ หากพบว่าคุณภาพนมไม่ได้มาตรฐาน จะถูกยกเลิกสัญญาจัดซื้อและชำระเงินเฉพาะส่วนที่ได้รับสินค้าแล้ว เพื่อให้มีสภาพบังคับให้ผู้ขายต้องมั่นใจที่จะส่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ซื้อ

               นอกจากนี้ ยังได้กำหนดมาตรการเพื่อดำเนินการกรณีพบผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ได้มาตรฐาน คือ การใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ของจังหวัดสั่งงดการผลิตเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง สั่งแก้ไขข้อบกพร่องหรือดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับหรือประกาศผลการตรวจวิเคราะห์ ตามความเหมาะสมแก่กรณี

               จัดทำบทสรุปและการวิเคราะห์ข้อมูลผลการตรวจสอบคุณภาพนม ให้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ในเขต ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการประสานงานราชการกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ศึกษาข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับมาตรฐาน โดยเป็นข้อมูลที่มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่ามาตรฐานนมโคสดของประเทศไทย ในเรื่องค่าธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน ซึ่งเดิมกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.5 ต่อมากระทรวงสาธารณสุขได้แก้ไขเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.25 สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศไทยโดยศูนย์ฯ ได้ให้ข้อมูลมาตรฐานของประเทศต่างๆ คือ
               ญี่ปุ่น กำหนดว่า ต้องมากกว่าร้อยละ 8.0
               จีน กำหนดว่า ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.0
               สหรัฐอเมริกา กำหนดว่า ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.25
และเสนอข้อมูลรายงานผลการวิจัยเรื่อง คุณภาพน้ำนมดิบ สรุปได้ว่า โคนมที่เลี้ยงในประเทศไทยทุกภูมิภาค ทุกสายพันธุ์ ไม่สามารถให้ค่าธาตุน้ำนมไม่รวมไขมันได้ถึงร้อยละ 8.5 ซึ่งแตกต่างจากประเทศในแถบยุโรปหรือนิวซีแลนด์ โดยแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ทราบข้อมูลด้านวิชาการเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544 ต่อมาให้วันที่ 8 มิถุนายน 2544 กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดดังกล่าว

                นอกจากนี้ ศูนย์ยังได้ช่วยให้ความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในเรื่องดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติให้เบิกจ่ายค่านมที่จัดซื้อแก่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ซึ่งค่าธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน ร้อยละ 8.36 ไม่ถึงเกณฑ์ ร้อยละ 8.5 เนื่องจากไม่สามารถเติมนมผงเพื่อเพิ่มค่าธาตุน้ำนมไม่รวมไขมันตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งท้ายสุดผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้อนุมัติให้เบิกจ่ายได้โดยศูนย์ฯ ได้รับความขอบคุณจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบแก่ผู้ใด

ข้อมูลจาก..ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อุบลราชธานี

คุณภาพนมโรงเรียน

 


  5 ก.พ. 2552 23:22 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 119.42.65.245

  

นมแพะ อีกทางเลือกของคนรักน้ำนม

   เมื่อพูดถึงนมแพะ หลายคนอาจทำหน้าสงสัยว่ามีความแตกต่าง จากน้ำนมชนิดอื่นๆ ที่เราเคยดื่มกันอย่างไรบ้าง ไม่แปลกหรอก ก็เพราะเราไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับ การดื่มนมแพะกันสักเท่าไรนี่ จริงไหม ? เอาล่ะ.. ไปดูคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในนมแพะกันเลยดีกว่า เผื่อว่าจะได้ไปลองหามาดื่มดูบ้าง

     แพะเป็นสัตว์เลี้ยงเก่าแก่ของมนุษยชาติที่ ให้ประโยชน์ใช้สอยรอบตัว เนื้อและนมใช้สำหรับบริโภค ส่วนหนังและขนใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ต่างๆ และมูลใช้ทำเป็นปุ๋ย ที่สำคัญแพะเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้า กับสภาพแวดล้อมได้ดี จึงสามารถเลี้ยงได้ในหลากหลายสภาพภูมิอากาศเกือบทุกแห่งในโลก

     มนุษย์เรารู้จักการดื่มนมแพะมาตั้งแต่ ยุคกรีกโบราณ หลายประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนนิยมดื่มนมแพะกันมาก เพราะเชื่อว่า โปรตีนในนมแพะจะทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายดีขึ้น ถึงขั้นที่มีการกล่าวขานกันว่า “ นมแพะไม่ใช้ยารักษาโรค แต่คนไข้นับพับสามารถ ฟื้นจากอาการป่วยได้เร็วเนื่องจากดื่มนมแพะ ”

 

     

 

     นมแพะขึ้นชี่อว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีขนาดเม็ดไขมันที่เล็กจึงย่อยง่าย หลังจากดื่มนมแพะเพียงประมาณ 20 นาที ร่างกายของเราก็สามารถ ย่อยและดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย การที่สารอาหารในนมแพะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่ายนี้ ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

     จากการทดลองของ Murry และคณะ ซึ่งทำการเลี้ยงลูกสุกรด้วยนมแพะเป็นเวลา 52 วัน พบว่าลูกสุกรมีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย น้อยมากอย่างเห็นได้ชัด และมีความแข็งแรงของกระดูกเพิ่มขึ้นเพราะไขมันจากนมแพะ ย่อยง่ายจึงไม่สะสมในร่างกาย อีกทั้งนมแพะยังมีปริมาณแคลเซียมสูงจึงทำให้เนื้อกระดูกแน่นขึ้น คุณสมบัติดังที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นที่ยอมรับของแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ชาวจีนแผนโบราณ

    

     นอกจากนมแพะ จะไม่ก่อให้เกิดไขมันสะสมแล้ว นมแพะยังมีกรดไขมันชนิดพิเศษชื่อ คาโพรอิก ( Caproic ) คาพรีลิก ( Caprylic ) และคาพริก (Capric) ที่วงการแพทย์กำลังให้ความสนใจ เพราะกรดไขมัน เหล่านี้ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับการดูดซึมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโรคภาวะดูดซึมสารอาหารบกพร่อง หรือลำไส้เล็กทำงานผิดปกติ การดื่มนมแพะจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ระบบการดูดซึมอาหาร รวมทั้งผู้ที่มีปัญหากับการดื่มนมชนิดอื่นๆที่สำคัญยังเหมาะกับผู้ป่วย โรคกระเพาะอาหาร เพราะช่วยลดอาการอักเสบอันเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากนมแพะมีค่า pH อยู่ในระดับ 6.4 - 6.7 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมใน การปรับสภาพกระเพาะอาหารให้มีความเป็นกลางนั่นเอง คนที่อยากจะลองดื่มนมแพะก็หมดห่วงเรื่อง ท้องเสียไปได้เลย ยิ่งปัจจุบันการเลี้ยงแพะเริ่มแพร่หลายมากขึ้น เราจึงเริ่มเห็นฟาร์มเลี้ยงแพะ ขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และอาหาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะ ทำให้แพะมีสุขภาพดี อีกทั้งยังมีการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จึงยิ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในเรื่องของคุณภาพและคุณประโยชน์จากน้ำนมแพะ

     ในส่วนของกระบวนการรีดนมแพะ ในฟาร์มแพะขนาดใหญ่นั้นใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยเช่นเดียวกับการรีดนมวัว โดยน้ำนมดิบ จะผ่านจากหัวรีดไปเก็บไว้ในแท็งก์ทำความเย็นเพื่อรักษาความสดใหม่จากนั้นน้ำนมดิบจะ ถูกเก็บรักษาไว้ในถังที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและฝุ่นละอองก่อนส่งถึง โรงงานพาสเจอร์ไรซ์นมแพะ ซึ่งขั้นตอนนี้น้ำนมแพะจะผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ด้วยเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติที่ปลอดเชื้อตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งบรรจุขวด จากนั้นจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำนม อีกครั้งในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าได้นมแพะพาสเจอไรซ์ที่สดสะอาด และยังคงคุณค่าทางอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

ลองมาดูตารางแสดงข้อมูลเปรียบเทียบเชิง โภชนาการของน้ำนมชนิดต่างๆ กันสักหน่อยดีกว่า

น้ำนมแพะ

น้ำนมแกะ

น้ำนมโค

น้ำนมกระบือ

น้ำนมคน

วิตามินเอ (หน่วยสากล)

2 ,074

313.3

1,560

1,669

1,898

วิตามินบี 6 (มิลลิกรัม/ลิตร)

0.07

0.07

0.64

0.25

0.10

วิตามินบี 12 (มิลลิกรัม/กรัม)

0.0006

0.0006

0.0042

0.0004

0.003

วิตามินดี (มิลลิกรัม/ลิตร)

23.7

-

-

-

-

โปรตีน (ร้อยละ)

3.7

5.1

2.8

3.7

1.5

ขนาดของเม็ดไขมัน (ไมโครมิลลิกรัม)

3.49

3.30

4.55

5.92

-

น้ำตาลแล็กโทส (ร้อยละ)

5.0

4.8

4.6

4.8

6.5

ไขมัน (ร้อยละ)

4.8

12.6

4.8

6.5

3.6

ไบโอดีน (มิลลิกรัม/ลิตร)

0.036

0.004

0.031

0.13

0.002

กรดโฟลิก (มิลลิกรัม/ลิตร)

0.0024

-

0.0028

0.15

0.002

กรดแอสคอร์บิก (มิลลิกรัม/ลิตร)

15.0

1.97

21.1

25.4

43.0

กรดนิโคทินิก (มิลลิกรัม/กรัม)

1.87

0.51

0.94

1.71

1.47

ไทอามีน (มิลลกรัม/ลิตร)

0.40

-

0.44

0.50

0.16

ไรโบฟลาวิน (มิลลิกรัม/ลิตร)

1.84

0.40

1.75

1.07

0.36

โคลีน (มิลลิกรัม/ลิตร)

150

-

121

-

90

 


  5 ก.พ. 2552 23:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.142

  

มาดื่มนมออร์แกนิก กันเถอะ

     ใครๆก็รู้จักว่า “ นม ” นั้นดีต่อสุขภาพเพียงใด และเป็นอาหารชนิดแรกที่คนเรากินได้ตั้งแต่แรกเกิด แหล่งที่มาของน้ำนม นอกจากมารดาแล้วก็ได้มาจากสัตว์ เช่น นมแพะ นมโค แต่ที่นิยมและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่วนใหญ่มักเป็นนมวัว โดยบรรจุกล่องเป็นยูเอชที นมพาสเจอร์ไรซ์ นมพร่องมันเนย ซึ่งคุณค่าอาหารที่ได้จากน้ำนมก็แตกต่างกันออกไป

     ความต่างของผลิตภัณฑ์นมสดที่ทำจากนมวัวนั้นแตกต่างกัน ในเรื่องของกระบวนการผลิต ซึ่งทำให้คุณค่าสารอาหารในนมแตกต่างกันไปด้วย ผลิตภัณฑ์นมสดที่จำหน่ายใน ท้องตลาดมีทั้งนมสดธรรมดา เรียกว่า “ นมสดครบถ้วน ” ส่วนนมสดที่แยกมันเนยออกบางส่วนเรียกว่า “ นมสดพร่องมันเนย ” สุดท้ายคือนมที่แยกมันเนยออกเกือบหมด เรียกว่า “ นมสดขาดมันเนย ”

     นมสดเหล่านี้จะถูกนำไปผ่านกระบวนการความร้อน เพื่อทำลายจุลินทรีย์ด้วยวิธีต่างๆ เริ่มจากนมพาสเจอร์ไรซ์ ( Pasteurized Milk ) จะผ่านกระบวนการฆ่า เชื้อด้วยความร้อนระดับต่ำที่ 63 - 72 องศาเซลเซียส รสชาตินมจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าไรมีอายุการเก็บได้ไม่กี่วัน และต้องเก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา ส่วนนมสดสเตอริไลซ์ ( Sterilized Milk ) ผ่านความร้อนระดับสูงตั้งแต่ 115 - 130 องศาเซลเซียสนาน 10 -3 0 นาที ทำให้กลิ่นนมมีกลิ่นไหม้และมีสีขาวอมเหลือง ทั้งยังสูญเสียวิตามินบี 1 ประมาณ 1 ใน 3 และวิตามินบี 12 อีกครึ่งหนึ่ง  

 

     สำหรับ นมสดยูเอชที ( Ultra-heat Treated Milk ) ผ่านความร้อนสูงมากตั้งแต่ 132 องศาเซลเซียสขึ้นไปภายในเวลาสั้นๆ (อย่างน้อย 1 วินาที) ด้วยการใช้ความร้อนสูงและใช้เวลานิดเดียวนี่เองจึงทำให้นมมีอายุการเก็บยาวนาน ไม่มีกลิ่นต้ม และคุณค่าทางอาหารถูกทำลายไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

     ปัจจุบันมีผู้ผลิตบางรายที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของนมวัว และอยากให้ผู้รับดื่มนมได้ดื่มนมที่มีคุณภาพและปลอดสารพิษ จึงมีการทำ “ นมออร์แกนิกหรือนมปลอดสารพิษ ” ขึ้นมา โดยการทำนมออร์แกนิกนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ดินที่ปลูกหญ้าและธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารของวัว ต้องปลอด จากสารเคมีและสารพิษตกค้าง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยเคมี ธัญพืชที่ให้วัวกินจะต้องไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ นมวัวที่ได้จึงเป็นนมปลอดสารพิษอย่างแท้จริง จากนั้นนำมาพาสเจอร์ไรซ์เป็นนมสด รสธรรมชาติ และปรุงแต่งรสชาติ ทั้งรสหวาน รสสตอรว์เบอร์รี่ รสช็อกโกแลต ฯลฯ ให้เลือกดื่มตามความชอบอีกด้วย ในส่วนของราคาก็พอๆ กับนมสดทั่วไป แต่ที่มั่นใจได้คือ ไม่มีสารพิษตกค้างให้รู้สึกกังวลใจในภายหลัง

     สำหรับคุณค่าในนมสดประกอบด้วย โปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 1 (ไทอามีน) วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ไนอะซิน วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ธาตุฟอสฟอรัส และสังกะสี มีไขมันชนิดอิ่มตัวร้อยละ 60 และไขมันชนิดไม่อิ่มตัวร้อยละ 40

     นมสดครบถ้วนนั้นเป็นนมสดที่ถือเป็นอาหารที่สมบูรณ์ เพราะมีสารอาหารหลากหลายทั้งโปรตีน แคลเซียม สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ไอโอดีน และไนอะซิน ในปริมาณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งต่างจากนมสดพร่องมันเนย ซึ่งถูกขจัดมันเนยออกไปร้อยละ 50-60 เปอร์เซนต์ จึงให้พลังงานน้อยกว่านมสดครบถ้วน ซึ่งไม่ควรนำมาใช้เลี้ยงทารก หรือเด็กเล็ก ส่วนนมขาดมันเนยจะให้พลังงานเพียงครึ่งเดียวของนมสดครบถ้วน แต่มีวิตามินและแร่ธาตุใกล้เคียงกัน

     ประโยชน์ของนมที่เห็นได้ชัดเจนคือ ช่วยบำรุงกระดูก เนื่องจากนมมีแคลเซียมสูง ซึ่งร่างกายนำไปสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง หากร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยตั้งแต่ วัยเด็กและวัยรุ่นจะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้ในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า คนสูบบุหรี่ที่ดื่มนมเป็นประจำจะเป็นโรคถุงลมอักเสบน้อยกว่าคนสูบบุหรี่ที่ไม่ดื่มนมถึง 60 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะนมมีสารบางชนิดช่วยป้องกันเซลล์ผิวชั้นนอกของถุงลมมิให้ได้รับอันตรายจากการสูบบุหรี่

     นอกจากนั้นการดื่มนมเพียงหนึ่งแก้วก่อนนอนยังช่วย ให้นอนหลับง่าย ซึ่งเป็นผลมาจากกรดอะมิโนทริปเฟน ( Tryptophan ) ที่อยู่ในนมนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยเพิ่ม สารไทโรซิน ( Tyrosine ) ในสมองซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการผลิตโดปามีนและนอร์เอพิเนฟรีน เป็นผลให้สมองคิด ไวและมีความจำดีขึ้นอีกด้วย

     สำหรับคนที่ดื่มนมแล้วมีอาการท้องเสีย ที่เรียกว่า แพ้แล็กโทส ที่อยู่ในนม วิธีแก้อาการเหล่านี้คือ ให้เริ่มดื่มนมในปริมาณน้อยๆ แล้ว ค่อยๆ เพิ่มปริมาณการ ดื่มมากขึ้นอย่างช้าๆ อาการท้องเสียก็จะหายไปในที่สุด นอกจากนี้การดื่มนมปรุงแต่งรสจะไม่ทำให้เกิดอาการ แพ้มากเท่ากับการดื่มนมสด เนื่องจากนมเหล่านี้จะผ่านเข้าสู่ระบบของร่างกายช้ากว่านมสด

     ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดหรือเพศใดก็ดื่มนม ได้ทุกวันและทุกเวลา และคงไม่มีใครปฏิเสธคุณค่าของนมที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้อยู่กับคุณไปได้อีกนานนาน

 


  5 ก.พ. 2552 23:27 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
hitorung

  
hitorung@hotmail.com 202.28.201.62

  

บทปฏิบัติการที่ 23

การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมโดยวิธีทางจุลินทรีย์

(MICROBIOLOGICAL EXAMINATION OF DAIRY PRODUCTS)

วัตถุประสงค์   เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถตรวจคุณภาพของน้ำนมทางจุลชีววิทยาโดยวิธีต่างๆได้

ผลการตรวจสอบน้ำนมทางจุลชีวิทยาโดยวิธีต่างๆ

วิธีและรายละเอียดการตรวจสอบ

ตัวอย่างน้ำนมที่ตรวจสอบ

          น้ำนม 1                         น้ำนม 2                           น้ำนม 3

A.DYE REDUCTION TEST โดยใช้ RESAZURIN

-เวลา INCUBATION (นาที)

-สีที่ปรากฏ

-คุณภาพของนม

 

 

15 นาที/1ชั่วโมง

น้ำเงิน

ไม่ค่อยดี

 

 

15 นาที/1ชั่วโมง

ม่วง

ดีกว่า

 

 

15 นาที/1ชั่วโมง

ม่วง

ดีกว่า

B. วิธี DILUTION PLATE COUNT

-ความเจือจางที่ใช้

-จำนวนโคโลนีเฉลี่ยต่อจาน

-จำนวนจุลินทรีย์ต่อน้ำนม 1 มล.

 

10,000

10,000

10,000

 

100,000

100,000

100,000

 

100,000

100,000

100,000

C. วิธี DIRECT COUNT

-จำนวนของ Microscopic field ที่นับ

-จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดที่นับได้

-ค่าเฉลี่ยของจำนวนจุลินทรีย์ต่อ 1 Field

-จำนวนจุลินทรีย์ต่อน้ำนม 1 มล.

 

25

25

21

25

 

23

23

17

23

 

23

23

17

23

 

หมายเหตุ น้ำนม 1 คือ พาสเจอร์ไรส์   น้ำนม 2 คือ น้ำนมดิบ       น้ำนม 3 คือ น้ำนมดิบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอบคำถามแบบทดสอบ

1. การนับจุลินทรีย์โดยตรงจากกล้องจุลทรรศน์ควรจะได้ปริมาณเชื้อมากหรือน้อยกว่าวิธี Dilution plate count จงอธิบาย

ตอบ   ควรจะได้น้อยกว่า  Dilution plate count   เพราะ การนับโดยตรงจากกล้องจุลทรรศน์จะนับง่ายกว่าเพราะไม่ต้องละเอียดมากนัก   ส่วนการนับแบบ  Dilution plate count  จะนับยากกว่าเพราะต้องดูให้ละเอียด

 

2.จงบอกข้อดีและข้อเสีย ระหว่างการใช้สี  Methylene  blue  กับ  Resazurin

ตอบ   เมื่อตรวจด้วย  Methylene Blue   ปริมาณจุลินทรีย์ระดับ   9*10,000,000 CFU/มล.  ทำให้ Methylene blue  เริ่มเปลี่ยนสี ปริมาณกรดเพิ่มเป็นร้อยละ 0.19   ส่วน  Resozurin เป็นการตรวจสอบการเปลี่ยนสีของน้ำนมโดยการสร้างเอนไซม์   Reductase    เป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนสีจากสีม่วง  สีชมพู  และสีขาวในที่สุด

 

3.การพาสเจอร์ไรส์ต่างๆจากสเตอริไลส์อย่างไร  จงอธิบาย

ตอบ   พาสเจอร์ไรส์กับสเตอริไลส์   จะคุณสมบัติคล้ายๆกัน  คือ เป็นนมสด หรือ นมปรุงแต่ง   เช่น E.coli, จำนวน Coliforms ทั้งหมด, น้ำตาล, โปรตีน, จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด   เป็นต้น

 


  10 พ.ค. 2552 10:07 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป เจ้าพระยา

 jaopayaatta@hotmail.com 203.158.203.10:172.16.14.193

  

ขอบคุณครับที่ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำนม

 

 


  11 ก.ย. 2552 22:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป สนใจ

  222.123.183.193

  

ได้ความรู้เยอะมากเลย แต่อยากทราบวิธีที่จะตรวจสอบคุณภาพนมแบบง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้านโดยไท่ต้องใช้ชุดทดสอบบ้างไหมค่ะ

 


  23 ก.ย. 2552 13:52 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ซาตาน

  58.147.64.182

   อยากรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของรีซาซูรีนกับเมทธิลีนบูลและประเภทของสารทั้งสองชนิด

 


  17 ก.ย. 2553 09:15 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Omega watches

 lywxj@163.com 218.95.9.110

   united its three partner companies Calame, Poli-Art and SHG under designer handbags one roof. On 2 March this year a new production designer bags for cheap site was opened in Le Cr¨ºt-du-Locle by Thierry Stern, president knockoff handbags wholesale of Patek Philippe, accompanied by Philippe Stern, honorary president, Claude Chloe united its three partner companies Calame, Poli-Art and SHG under designer replica handbags one roof. On 2 March this year a new production copy handbags site was opened in Le Cr¨ºt-du-Locle by Thierry Stern, president replica Fendi Bags handbags of Patek Philippe, accompanied by Philippe Stern, honorary president, Claude replica handbags

 


  28 ก.ค. 2554 13:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นุช เทคโน อาหาร

 nongnoot33@gmail.com 110.77.241.171

  

เยือมเลยพี่ ขอบคุณมาก

 


  30 ส.ค. 2556 10:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป pathum qc

 www.tum-qc08@hotmail.com 111.84.50.202

  

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เยอะมาก

 


page [1] 2   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010