Logo Webboard ของ gumaro


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  -=:: ชมรมกุมารทอง ::=-

  

  Topic : มาเล่าสู่กันฟัง ไปยกเรือแม่ตะเคียนทอง วัดพุน้อย

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2 3 4   Next >>
  ผู้ชมทั่วไป กี้

 chimera_black@live.com 202.149.25.225

  โพสต์เมื่อ : 15 ม.ค. 2553 23:22 น.

มาเล่าสู่กันฟัง ไปยกเรือ แม่ตะเคียนทอง วัดพุน้อย ลพบุรีมา ผมเองได้ยินชื่อ หลวงปู่แบนนี้มานานมาก แต่ไม่เคยได้ไปกราบท่านเลย ซึ่งท่านได้มรณภาพไปวันที่ 13 มกราคม 2543 นานมาแล้ว ท่านนั้นเป็นผู้นำพิธีการอัญเชิญเรือทอง เพื่อมาเผยแพร่ให้ญาติโยมได้มีโอกาสมายกเรือ หากท่านใดมีบุญก้อจะยกเรือขึ้น และได้อัญเชิญเรือแม่ตะเคียนทองกลับไปบูชาที่บ้าน เพื่อช่วยค้าขาย ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะการเดินทางไปครั้งนี้ของผมเองนั้น ก้อสองจิตสองใจว่าจะยกขึ้นหรือไม่ เพราะใช่ว่าจะยกขึ้นกันทุกคน หลายๆคนไปยกสามครั้งยังไม่ขึ้นก้อมี โดยผมหลายครั้งที่ผมได้ศึกษาหาข้อมูลเรื่องนี้มาอยู่พักใหญ่ และได้เคยชมคลิปของรายการเดอะโชว์เมจิกที่ได้ไปถ่ายทำ เรื่องเรือทองวัดพุน้อย ไปชมได้ ตามนี้คับ >>> http://www.youtube.com/watch?v=SAFkAEV_DoE ลองหาดูใน YouTube ได้เลยคับมีอยู่พอสมควร ปัจจุบันผู้ที่สืบทอดต่อจากหลวงปู่แบน คือ พระครูสมุห์ทิน ท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน การเดินทางไปยกเรือผมบอกเลยนะคับว่าคนเยอะมาก และต้องเข้าคิวใครมาก่อนหลัง ซึ่งตอนนี้ ทางวัดพุน้อยได้ ทำพิธียกเรือทองเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น จำนวนเรือต่ออาทิตย์จะไม่เกิน 280 ลำเล็ก ราคา 1000, 5000, 30000 ถ้ายกไม่คิดก้อไม่ ต้องเสียค่าบูชาคับ (ใครคิดจะไปควรต้องศึกษาเส้นทางหน่อยนะคับลึกมากๆ ไม่มีรถไปเองรับรองว่าลำบากมาก ) อย่างที่บอกผมเองได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร เพื่อเป็นการไปแล้วมั่นใจว่าได้เข้าพิธียกเรือแน่นอน ยกขึ้นไม่ขึ้นเดี๊ยวไปวัดเอา ผมจึงคิดไปนอนค้างที่วัดในคืนวันพฤหัสและลงชื่อไว้ก่อน ตอนเช้าวันศุกร์ถ้าเราลงชื่อแล้วหลวงพี่ที่ดูแลเรื่องคิดก้อจะให้บัตรคิวว่าเราจะเข้ายกชุดไหน เบอร์อะไร ชุดนึงมี 20 คน คับ เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาผมก้อออกเดินทางสายถือโอกาสแวะอยุธยาไหว้พระ หลายๆวัด ไปก่อนพอเย็นค่อยมุ่งหน้า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ผมไปถึงวัดพุน้อยเวลา 18.00 พอดี โดยได้แวะซื้อ ของมากินที่วัดด้วยที่บ้านหมี่ ทางวัดมีห้องพักเป็นห้องโถงนอนรวมมีเสื่อหมอน ห้องแอร์เย็นสบายให้พัก ผมไปถึงเป็นชุดที่ที่จำนวน5คนที่ผมไป แต่มีคนมารออยู่แล้ว 2คืนมาจากโคราช และมาจากหัวหิน มารอเพื่อเข้าคิว โฮ้.....หลายท่านร้องแบบนี้เลย บอกเลยคับว่าเรื่องจิง คนเยอะจิงๆคับ ผมกับครอบครัวไปถึงวัดก้อทำไรไม่ถูก เพราะทางวัดเพิ่งเสร็จงานสมโภชน์ครบรอบวันมรณภาพหลวงปู่แบนไปเมื่อคืนซึ่งได้ข่าวว่าลูกศิษย์มากว่า50,000 คน มีทั้งดนตรีลูกทุ่ง เชื่อจิงๆคับ เพราะถ้าเห็นเนื้อที่สำหรับจอดรถแล้วขอบอกครับว่า หนาว เพราะรอบๆวัดเป็นป่าอ้อยคับ ทั้งๆที่วัดอยู่ในป่าการเดินทางไม่สะดวกเอาเลย แต่บอกตรงๆว่าเพราะบารมีหลวงปู่แบน กับท่านพระครูจิงๆที่ได้พัฒนาวัดได้ให้มีความเจริญได้ขนาดนี้ ตามรูปเลยคับที่ผมถ่ายมาฝาก พอไปถึงวัดเป็นเพราะบุญผมมั้ง ได้พบกับพี่ฟ้า (ภรรยาท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี) พี่ฟ้าบอกว่าไปลงชื่อกับพระอาจารย์เลยบอกว่าพี่ฟ้าให้มา แหม...มีคนถ่างทางให้เลยไม่รอช้าไปลงชื่อเป็นคิวแรกเลยคับ อิอิ หลังจากนั้นก้อไปกินข้าวที่โรงครัวกับครอบครัว ในวัดยังมีนวดแผนโบราณด้วยเปิดถึง 20.00 คนขับรถผมเลยสบายตัวไปนานๆจะได้พัก หลังจากนั้นผมก้อไปอาบน้ำแล้วเข้าไปห้องโถงแอร์ก้อจัดแจงหามุมของกลุ่มเรา คุยไปๆคุยมา3 ทุ่มหลับเลย มารู้สึกอีกทีตอนเที่ยงคืนตกใจ คนมาจากไหนเข้ามาหาที่นอนจับจองกันเต็มห้องเลยที่นี้ มากันแบบเป็นกลุ่มเลยคับเยอะมากจากห้องกว้างๆแคบลงสนิทใจ ผมหลับต่อเพราะเหนื่อยจากการทำงานมาหลายวันด้วยตื่นมาอีกทีตีห้าก้อปลุกกันไปอาบน้ำเพราะท่าทางจะแน่นถ้าไม่รีบ จิงอย่างที่ว่าคนแน่น แต่ห้องห้องน้ำมีรอบวัดคับ แต่ตรงใต้โบสถ์ดีที่สุด อาบน้ำเสร็จเดินออกไปหนาวๆๆๆๆ เดินไปขึ้นศาลาตกใจ แม่เจ้าคนมาจากไหนเนี้ยมานั่งรอกันเป็นกลุ่มก้อน แต่อดดีใจไม่ได้ว่าตรูลงคิวคนแรกแล้วปลอดภัยแน่ๆรอบแรกแน่นๆ อิอิ พอรอไปรอมา 7.00 น. พระอาจารย์ที่ท่านดูแลเรื่องคิวก้อเดินขึ้นมา คราวนี้เกิดการจราจลขึ้นคับ คนที่นั่งๆกันอยู่เห็นพระอาจารย์เดินขึ้นมาก้อรีบลุกกันไปต่อคิว โอ๊ยคนไทยทำไมวุ่นวาย ผมเองตื่นเลยวิ่งไปต่อคิวกับเขาด้วย ลืมตัวตัวคับว่าเขียนชื่อลงไปแล้ว พระอาจารย์ท่านคงต้องเรียกตามชื่อให้ไปรับบัตรแน่พอสติมา ก้อเดินออกมาห่างๆ รอฟังท่านเรียกชื่อ แล้วในที่สุดท่านก้อเรียกชื่อผม อิอิได้มาสองใบเพราะยกกันสองคนรอบแรกคับพี่น้อง คิดแบบนี้สบายใจได้บัตรแล้วเลยชวนกันไปกินข้าวต้มที่โรงครัวทางวัดมีเลี้ยงคับ ทั้งข้าวต้ม กาแฟ โอเคมากอร่อยจิงๆ กะว่างานรอบแรกเช้าแน่ สบายใจเสร็จจะได้กลับกทมเลยตอนบ่าย แต่ไม่เป็นไปตามที่คิด พี่ๆเพื่อนๆคับ รอบแรกผมยกตอนบ่ายสามโมงคับ เพราะ กว่าท่านพระครูจะลงก้อปาไป9.00น. และที่สำคัญคับคือมีผู้ที่ยกเรือได้เรือไปแล้วนำเรือกลับมาเสริมบารมีคับ แต่ที่ผมเห็นเรือทุกลำมีเงินยัดมาเต็มลำเลยคับ มาทั้งเล็ก ไปจนลำละ30,000 อย่างที่บอกคับ ลองถามๆดูหลายๆคนบอกส่าตั้งแต่ยกเรือทองแม่ตะเคียนไปขายของดีมาก ได้เงินมาก้อเอามาใส่เรือเลื่อยๆตามกำลังพอเต็มก้อกลับมาเสริมบารมีที่วัดอีก บางคนมาทุกเดือนเลยคับ บางลำสร้อยคอทองคำห้อยมาเพียบ เห็นแล้วงง รอบเช้าเสริมบารมีแน่นมากผ่านไปสองเที่ยวเพลคับ ไปหาไรกินที่โรงครัวต่อแล้วค่อยกลับมานั่งรอไหนๆมาแล้ว ก้อต้องขอยกล่ะไม่ท้อ บ่ายก้อมานั่งรอต่อครางนี้แน่นศาลาไปจนที่จอดรถเพียบ ว่าวัดสามง่ามคนเยอะแล้ว เจอวันนี้ขอบอกแน่นกว่าสามเท่านี้ขนาดวันศุกร์นะ ถ้าเสาร์อาทิตย์ล่ะไม่ต้องคิดเลย ลืมเล่าไปว่าตอนช่วงเช้าที่นั่งดูการเสริมบารมีเรือ ผู้ที่ได้นำเรือมาเสริม เวลาพระครูท่านสวด บางคนลุกมารำเลยคับ รำเป็นหมู่คณะก้อมีแบบหลับตาด้วย สองคนสามคน แปลกดี ที่สำคัญ แม่ตะเคียนบอกโชคเล่นเอาคนนั่งดูหาปากกากันไม่ทัน แต่คนที่มารอบอกผมว่าแม่ตะเคียนให้โชคมาทุกงวด ที่รู้ๆวันที่ผมมาเนี้ย มีคนนำรถ BMW 525i ใหม่มาถวายพระครูเพราะมีโชคได้มา 7 ล้านจอดหน้าศาลาเลย อืมสวยมาก พอตกบ่ายสาม พระอาจารย์เรียกบัตรคิว ผมยิ้มเลยถึงเวลาที่รอคอยมานานมาก ท่านเรียกไปเข้าแถวกันรอบละ20 คนคับ ส่วนใหญ่ก้อลำละ 1000 แหละคับ ท่านให้เราใส่เงินไปมากกว่า 1000 แล้วให้เอาแหวนหรือสร้อยคล้องเรือเพราะจะได้จำได้ว่าเรือเราลำไหน หลังจากนั้นท่านจะพาเราเข้าไปห้องทำพิธีที่กั้นด้วยประตูกระจก ก้อเดินเรียงไปเป็นแถวถือเรือคนละลำ ไปนั่งอยู่หน้าท่านพระครู พอจัดที่เรียบร้อย ก้อเอาเรือเรียงหน้าท่านเป็นแถว ท่านจะยกเรือมาถามว่าลำนี้ของใคร ทำอาชีพอะไร พอเสร็จครบ คราวนี้ท่านจะเทศน์บอกเล่าว่าเรือนี้เป็นอะไร และต้องบูชายังไง ฟังท่านแล้วบอกเลยว่าจิงๆคับ ที่ท่านพูดตามคำสอนของพระพุทธองค์ ท่านผู้ถึงรุกขเทวดา การสร้างบุญให้เทวดาประจำตัว ฟังแล้วบอกเลยว่าคนเลี้ยงกุมารทอง ลูกกรอกฟังแล้วเข้าใจเลยว่า บารมีนี้สำคัญมากต้องเทวดา โอปปาติกกะจิงๆ ก้ออย่างที่ผมบอกล่ะคับ เราต้องสร้างบุญให้เขาได้มีบารมี มีฤทธิ์มากๆ ตามนั้น หลังจากนั้นท่านจะเอาเรือเราคืนมาให้เราถือ และอธิฐานขออัญเชิญ ผมอธิฐานว่าขอบารมีหลวงปู่แบน บารมีแม่ตะเคียน และทวยเทพเทวาทั้งหลายที่ปกป้องคุ้มครองลูกเสมอมา หากแม้นลูกนี้ได้ทำบุญมาต่อท่านมาในอดีตชาติ มีบุญวาสนา ขอให้ลูกได้ยกเรือขึ้น ได้อัญเชิฐแม่ตะเคียนกลับไปเพื่อบูชาเป็นสิริมงคล เจริญก้าวหน้า ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ค้าขายอะไรก้อสำเร็จ แล้วลูกจะหมั่นสร้างกุศลถวายตลอดชีวิตของลูก หลังจากนั้นท่านให้เราถือเรือยกขึ้นมาระหว่างคิ้ว และท่านก้อสวดท่านให้เราท่องคาถาสามคำไปเรื่อยๆ คราวนี้บอกเลยคับ ประสบการณ์นี้บอกเลยว่างงมาก มือของผมหนักขึ้นมือสั่นมาก อยู่มือก้อยกขึ้นสูงช้าๆ ขึ้นไปขึ้นไป แรงอะไรบางอย่างทำให้แขนผมหนัก เหมือนมีคนมากดตรงต้นแขน สั่นสักพักพระครูท่านมายกเรือออกจากมือ แขนผมเปลี้ยเลยเมื่อยมาก คับผมยกขึ้น ผมหันไปดูบางคนยังอยู่ตรงคิ้วยกไม่ขึ้น บางคนขึ้นมาไม่มาก บางคนรำใหญ่เลย บางคนร้องไห้น้ำตาไหล อืม ทำให้ผมนึกถึงพิธีตัดกรรมของวัดเขาสมโภชน์ ของหลวงพ่อคงมาก คล้ายๆกัน หลังจากนั้น ท่านบอกเราให้ลืมตา แต่ผมลืมก่อนแล้ว เมื่อยแขนคับ จากนั้นท่านก้อบอกว่าใครยกไม่ขึ้นให้เอาเงินที่ใส่ออก แล้วออกไปจากห้องพิธีได้ ส่วนคนที่เหลือก้อรอรับเรือของใครของมัน จากนั้นก้อไปกราบหุ่นขึ้ผึ้งหลวงปู่แบน ผมเองยกเรือขึ้นก้อได้ขอเช่าล๊อคเก็ตเรือทองลำเล็ก กับพระไพรรีพินาศมาเพิ่มอีก หลังจากนั้นก้อออกมา ผมปลื้มมากคับมันมีอะไรหลายๆอย่างที่บอกไม่ถูก ตามรูปที่ผมถ่ายมา พร้อมกับเรือแม่ตะเคียนทอง หลังจากนั้นผมก้อได้เดินทางกลับไม่อยู่รอดูเพราะคนเยอะมาก นึกไม่ออกว่าคืนนี้วัดจะเป็นยังไง คนจะไปอยู่กันที่ไหน ไม่รอคำตอบได้เรือแล้ว ได้โชคแล้วกลับเลยดีก่า จากการเดินทางไปครั้งนี้ผมได้ประสบการณ์แปลกๆ และได้เห็นศรัทธาของลูกศิษย์เยอะมาก บางคนมาไกลจากเชียงราย มาจากสุไหงโกลก ยอมใจจิงๆ คับหากท่านอยากไปก้อเชิญคับ อย่าลืมนะคับ ศรัทธากับปัญญาต้องเท่าๆกัน ไปล่ะคับ เว็บวัดพุน้อยคับ http://www.watpunoi.org/ ดูรูปได้ที่ http://natchanop.blogspot.com/


   Admin ลบความคิดเห็นนี้