Logo Webboard ของ pkkmmm
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  บทความเกษตร

  

  Topic : การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ตอนที่2

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
pkkmmm

  
poovadon_km@yahoo.com 202.28.27.3:10.15.1.29

  โพสต์เมื่อ : 18 ก.พ. 2548 18:16 น.

การตีป่นขี้ฝ้ายและการเติมธาตุอาหารเสริม

เมื่อทำการหมักขี้ฝ้ายจนได้กำหนดแล้ว ก่อนนำขี้ฝ้ายขึ้นชั้นเพาะจะต้องทำการตีป่นขี้ฝ้ายเสียก่อนพร้อมกับเติมยิบซั่มลงไปประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุที่ใช้เพาะ และอาจเติมรำละเอียดลงไปด้วยก็ได้ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุเพาะ ซึ่งรำนี้จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดเชื้อราที่เป็นอาหารเห็ดฟางได้เป็นอย่างดี

การตีป่นขี้ฝ้ายนี้จะต้องให้ละเอียดและเป็นปุยฟูมากที่สุด ควรใช้เครื่องตีป่นไฟฟ้าที่มีสมรรถภาพสูง หลังจากที่ตีป่นขี้ฝ้ายจนได้ที่แล้ว ก็ให้ขี้ฝ้ายนั้นขึ้นชั้นเพาะเห็ดได้ทันที

หมายเหตุ : กรณีที่ชาวบ้านไม่มีเครื่องตีป่นขี้ฝ้าย ก็ใช้จอบหรือพลั่วตักกลับกองไปมาหลาย ๆ ครั้ง จนแน่ใจว่าใช้ได้แล้วก็นำขึ้นชั้นเพาะได้เลย

การนำขี้ฝ้ายขึ้นชั้นเพาะเห็ด

ก่อนการนำขี้ฝ้ายที่ผ่านการหมักขึ้นชั้นเพาะ เราจะต้องปูพื้นรองชั้นเพาะเสียก่อน อาจใช้พลาสติกใสปูรองพื้นก็ได้ถ้าขี้ฝ้ายหมัก ไม่แฉาะน้ำเกินไป ในกรณีที่ใช้ฟางเป็นวัสดุรองพื้น จะต้องนำฟางไปแช่น้ำทิ้งไว้เสียก่อนประมาณ 1 คืน หรือจะใช้ฟางหมักแทนก็ได้ โดยจะต้องหมักไว้ล่วงหน้าประมาณ 2-3 วัน ใช้ฟางแห้งที่นวดจากรวงข้าวหรือตอซังข้าว ตัดให้ยาวประมาณ 6-7 นิ้ว หรือจะนำมาตีป่นก็ได้จากนั้นก็นำฟางที่ได้มาแช่น้ำให้อิ่มน้ำจึงเอาขึ้นน้ำแล้วนำอาหารเสริมมาผสมคลุกเคล้าโดยใช้ปุ๋ยยูเรีย 1 เปอร์เซ็นต์ รำละเอียด 1 เปอร์เซ็นต์ ยิปซั่ม 1 เปอร์เซ็นต์ และปูนขาว 1 เปอร์เซ็นต์ต่อฟาง 100 กิโลกรัม เมื่อคลุกเคล้าอาหารเสริมสร้างเรียบร้อย ก็ให้นำฟางนั้นมาอัดลงในกระบะหมัก เหยียบให้แน่นแล้วใช้พลาสติกปิดคลุมหมักไว้ 2-3 วัน จึงนำเอาออกมากองไว้หลวม ๆ ให้แก๊สแอมโมเนียระเหยออกไปให้หมดเสียก่อน จากนั้นก็นำไปใช้ได้

ใช้ฟางแช่น้ำหรือฟางหมักที่เตรียมไว้ปูรองพื้นชั้นเพาะให้สูงประมาณ 4-5 นิ้ว จากนั้นจึงนำเอาขี้ฝ้ายหมักที่ตีป่นและผสมอาหารเสริมแล้วปูทับให้หนาประมาณ 3-4 นิ้ว (ใช้ 200 กิโลกรัม ต่อ 1 ห้อง) โดยเกลี่ยขี้ฝ้ายให้กระจายให้ทั่วทั้งชั้นเพาะอย่าให้แน่นนัก

เมื่อนำวัสดุเพาะขึ้นชั้นเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ปิดห้องและเลี้ยงเชื้อราอาหารเห็ดต่ออีกประมาณ 1 คืน แล้วจึงค่อยทำการอบไอน้ำฆ่าเชื้อราต่อไป

การเลี้ยงเชื้อราอาหารเห็ด

เมื่อนำขี้ฝ้ายที่เตรียมได้ขึ้นชั้นเพาะเสร็จแล้ว ก็ให้ตรวจสอบดูความชื้นของขี้ฝ้ายอีกครั้ง ถ้าขี้ฝ้ายมีความชื้นไม่เพียงพอก็ให้รดน้ำบนขี้ฝ้ายเสีย แต่อย่าแฉะเกินไป อาจใช้สเปรย์พ่นน้ำหรือใช้บัวรดน้ำแบบฝอยรดผ่านเร็ว ๆ ก็ได้แล้วปิดห้องทิ้งไว้ จากระยะนี้ก็จะมีจุลินทรีย์จำพวกเชื้อราชนิดหนึ่งเจริญขึ้นบนขี้ฝ้าย พร้อม ๆ กับเปลี่ยนธาตุอาหารที่เห็ดฟางเอาไปใช้ไม่ได้ ให้อยู่ในรูปที่เห็ดฟางสามารถนำไปใช้ได้ (จับแก๊สแอมโมเนียที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักมาสร้างเป็นโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต) ซึ่งการเจริญเติบโตและเปลี่ยนธาตุอาหารนี้จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับอาหาร ความชื้นสภาพอากาศ และอุณหภูมิภายในห้อง โดยเฉพาะอุณหภูมิจะต้องสูงประมาณ 42-50 องศาเซลเซียสเชื้อราชนิดนี้จึงเจริญเติบโตได้ดี

ดังนั้น หลังจากที่รดน้ำแล้วจึงควรปิดห้องทิ้งไว้ ความร้อนภายในห้องก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นมาเอง ปิดห้องทิ้งไว้และรักษาอุณหภูมิขนาดดังกล่าวไว้ประมาณ 1-2 วัน จะทำให้มีเชื้อราเจริญเติบโตได้มากยิ่งขึ้นและถ้าเชื้อราเจริญขึ้นมากเท่าไหร่ก็จะได้ผลผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น

เมื่อเห็นขี้ฝ้ายมีเชื้อราเจริญขึ้นมามากพอแล้ว คือ เห็นเป็นเส้นใยหรือฝ้าบาง ๆ ตามผิวขี้ฝ้ายหรือเป็นปุยคล้ายสำลีอยู่ทั่วขี้ฝ้าย ถือว่าพอได้แล้ว ก็ให้ดำเนินการอบไอน้ำฆ่าเชื้อรานี้ได้ ความร้อนจากการอบไอน้ำจะทำให้เชื้อราตายและสลายตัวเป็นธาตุอาหารของเห็ดฟางในเวลาต่อมา

การอบไอน้ำฆ่าเชื้อราและศัตรูเห็ด

เมื่อนำวัสดุเพาะขึ้นใส่ชั้นเรียบร้อยและทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ใส่น้ำลงในหม้อต้มไอน้ำในกรณีที่เราจะอบไอน้ำโรงเพาะเห็ด 2 ห้อง ให้ใส่น้ำประมาณ 3 ส่วน ใน 4 ส่วนของถัง และถ้าต้องการอบไอน้ำ 3 ห้อง ก็ให้ใส่น้ำ 3.5 ส่วนใน 4 ส่วนของถัง แล้วดำเนินการต้มน้ำให้เดือดจนกลายเป็นไอน้ำอย่างเต็มที่ จึงค่อยอัดไอน้ำเข้าสู่ห้องนั้น ๆ

สำหรับข้อควรระวังขณะที่ต้มน้ำ ไม่ควรปิดวาล์วให้แน่นจนสนิท ควรเปิดให้ไอน้ำสามารถระบายได้บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้ถังต้มน้ำเกิดระเบิดขึ้นได้

ในระหว่างการอัดไอน้ำเข้าห้อง จะต้องปิดห้องให้สนิททุกด้าน โดยเฉพาะด้านล่างที่ติดกับพื้นจะใช้ไม้ทับหรือจะใช้ทรายโรยทับก็ได้ แล้วต่อสายยางเข้าห้อง โดยผูกปลายท่อสายยางซึ่งเสียบด้วยไม้ไผ่เพื่อให้ขนาดรูพ่นเล็กลงเอาไว้กับเสาให้แน่น เพื่อไม่ให้สายยางสะบัดดิ้นไปดิ้นมาขณะพ่นน้ำ ที่ด้านในตรงประตูห้องก็ให้ติดตั้งเทอร์โมมิเตอร์เอาไว้เพื่อวัดอุณหภูมิ ครั้นเมื่อทำการต้มน้ำจนเดือดได้ที่แล้วก็ให้เปิดวาล์ว ปล่อยไอน้ำเข้าห้อง อุณหภูมิภายในห้องจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีขนาดอุณหภูมิสูง 60-72 องศาเซลเซียส ขึ้นไปแล้วจึงเริ่มจับเวลาให้ไอน้ำเข้าไปอีกนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงหยุดการพ่นไอน้ำ (ปิดทิ้งให้มีอุณหภูมิลดลงประมาณ 35 องศาเซลเซียส เพื่อที่จะได้ทำการโรยเชื้อเห็ดต่อไป) แล้วย้ายสายยางไปยังห้องอื่นถัดไปและทำการพ่นไอน้ำในลักษณะเช่นเดียวกัน

และจงจำไว้ การอบไอน้ำในเรือนเพาะให้มีอุณหภูมิสูงถึง 72 องศาเซลเซียสเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงติดต่อกัน จะฆ่าเชื้อราและเชื้อเห็ดขี้ม้า (ขี้วัว) ที่ปะปนมาได้ผลเป็นอย่างดี แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสแล้ว แม้จะใช้เวลานานเท่าใดก็ตามก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อเห็ดขี้ม้า (ขี้วัว) ได้หมด ซึ่งจะเป็นปัญหาในการเพาะคือมีเห็ดขี้ม้า (ขี้วัว) เกิดขึ้น

การจัดเตรียมเชื้อเห็ดฟางและการโรยเชื้อเห็ดฟาง

ก่อนที่จะเริ่มเพาะเห็ดฟาง ผู้เพาะควรจะต้องทำความรู้จักกับเชื้อเห็ดฟางให้ดีเสียก่อนทั้งนี้เพราะเชื้อเห็ดฟางมีบทบาทที่สำคัญมากที่สุดในกระบวนการเพาะเห็ดชนิดนี้

อาจกล่าวได้ว่าในการเพาะเห็ดฟางนอกเหนือจากเรื่องปัญหาเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอื่นในการเพาะแล้ว ปัญหาเรื่องขี้เห็ดนี่เองที่เป็นเรื่องใหญ่โต เป็นเรื่องที่มีคำถามกันอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งนี้เพราะนักเพาะเห็ดมือใหม่วิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ ในการเพาะนั้นเป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้กันได้ และสามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาเรื่องเชื้อเห็ดนักเพาะเห็ดมือใหม่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้มาก ๆ

ปัจจุบันนี้แหล่งที่มีการจำหน่ายเชื้อเห็ดฟางมากและใหญ่ที่สุดยังอยู่บริเวณสามแยกเกษตรใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจมีอยู่บ้างในต่างจังหวัดใหญ่ ๆ เช่น หาดใหญ่ เชียงใหม่ และขอนแก่น แต่มีไม่มากหรืออาจเป็นเชื้อเห็ดที่ส่งไปจากในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เป็นเชื้อที่ผลิตในท้องที่นั้น ๆ โดยตรง ทั้งนี้เป็นเพราะการตั้งโรงงานผลิตเชื้อเห็ดฟางจะต้องมีต้นทุนสูงในการผลิตสูง ต้องมีตลาดขายเชื้อที่แน่นอนและมากพอ และที่สำคัญคือจะต้องหาซื้อวัตถุดิบหรือขี้ม้าสดได้ง่าย ขี้ม้าสดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของเชื้อเห็ดฟาง คอกม้าในเมืองไทยมีไม่มากและไม่แพร่หลายมากนัก ทำให้ไม่สามารถกะงานโรงงานการผลิตเชื้อเห็ดไปต่างจังหวัดได้

เชื้อเห็ดฟางมีลักษณะคล้าย ๆ กับปุ๋ยหมัก ส่วนประกอบสำคัญ คือขี้ม้าสดผสมกับเปลือกเมล็ดบัวและไส้นุ่น บรรจุถุงพลาสติกเป็นถุงเดี่ยว ๆ บางยี่ห้อก็มีลักษณะเป็นรูปก้อนกลม เพราะมีการนึ่งด้วยกระป๋อง เวลาขายจึงเทออกมาใส่ถุง ๆ ละ 4 กระป๋อง หรือ 4 ก้อน อย่างไรก็ตามเชื้อเห็ดทั้ง 2 ชนิด คือทั้งที่บรรจุกระป๋องนึ่งและบรรจุถุงนึ่งมีคุณสมบัติที่ดีเหมือนกันทุกประการ

แม้ว่าในท้องตลาดจะมีเชื้อเห็ดฟางอยู่หลายยี่ห้อ มีตัวแทนจำหน่ายมากราย แต่มีแหล่งผลิตหรือโรงงานไม่กี่แห่งหรือแทบจะนับรายได้ เชื้อเห็ดฟางอาจมีหลายตราหลายยี่ห้อวางขายอยู่ตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมาจากโรงงานเดียวกัน หรือจากโรงงานที่ผลิตจริง ๆ เพียงไม่กี่แห่งแต่ผู้จำหน่ายนำไปติดตราหรือยี่ห้อของตัวเองลงไปก่อนขายให้แก่ผู้ซื้อ ดังนั้นเวลาซื้อเชื้อเห็ดไปเพาะควรดูที่เชื้อหรือดูลักษณะของเชื้อมากกว่าดูที่ตราหรือยี่ห้อ การดูเชื้อเป็นจะทำให้ทราบว่าเป็นเชื้อที่เคยซื้อไปแล้วเพาะดอกดีหรือไม่ดี นอกเหนือจากจะต้องซื้อเชื้อจากร้านที่ไว้ใจได้

การซื้อเชื้อเห็ดฟางไปเพาะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน

วิธีแรก คือการเลือกซื้อด้วยตนเอง หากดูเชื้อเป็นสามารถทำให้ได้เชื้อดีไปเพาะ และสามารถเลือกร้านที่เชื้อมีคุณภาพได้ โอกาสที่เชื้อเสียมีน้อย

วิธีที่สอง คือการติดตั้งสั่งซื้อเชื้อทางไปรษณีย์ เป็นวิธีการที่ต่อเนื่องกับวิธีแรก คือเมื่อทราบที่ซื้อแล้วได้มีการตกลงที่จะสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ส่วนใหญ่ผู้ซื้อจะต้องส่งเงินไปให้แก่ผู้ขายทางธนาณัติตามจำนวนเชื้อที่ต้องการ โดยทางผู้ซื้อจะต้องบวกค้าขนส่งลงไปในเชื้อแต่ละกระป๋องด้วย อาจบวกค่าขนส่งเพิ่มจากราคาเชื้อกระป๋องหรือถุงละ 1-2 บาท

เชื้อเห็ดฟางที่ดี จะต้องไม่อ่อนหรือแก่เกินไป สังเกตเชื้อได้จากลักษณะของเส้นใยกล่าวคืออายุของเชื้อฟางจากอ่อนถึงแก่มีอายุประมาณ 20 วัน เชื้อเห็ดฟางที่ยังอ่อน เส้นใยของเห็ดจะเริ่มลามจากด้านบนเชื้อลงมาด้านล่าง ถ้าเส้นใยเพิ่งลามลงไปได้ครึ่งถุงแสดงว่าเชื้อยังอ่อนอยู่ ถ้าลามไปถึงก้นถุงหรือก้นกระป๋องแสดงว่าเชื้อมีอายุพอดี

เชื้อเห็ดที่มีเส้นใยลามเต็มถุงไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป เชื้อที่มีอายุมากหรือเส้นใยเจริญเต็มถุงแล้วต่อไป เส้นใยจะยุบมีสีเหลือง แสดงว่าเชื้อเริ่มแก่มาก แต่เชื้อที่เพิ่งเริ่มแค่เล็กน้อยแต่มีคุณภาพดีอยู่เส้นใยจะเริ่มรวมตัวทางด้านบนของปากถุง หรือชักใยเกาะฝากระป๋อง เล็กน้อย และเส้นใยจะรวมตัวกันสร้างสปอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมองเห็นเป็นแผ่นเล็ก ๆ สีน้ำตาลแดงเรียกว่า คลามิโดสปอร์ หรือรวมกลุ่มกันเป็นจุดสีขาวในบางสายพันธุ์ แสดงว่าเป็นเชื้อที่ดีและไม่เป็นหมัน เชื้อที่เป็นหมันเพาะแล้วไม่เกิดดอกเส้นใยจะรวมตัวกันมากมายขาวฟูผิดปกติไม่ควรใช้เพาะ

นอกจากนี้เชื้อเห็ดฟางที่ดีจะต้องมีกลิ่นหอมแบบกลิ่นเห็ด เมื่อเทออกมาจากถุงเชื้อจะจับตัวรวมกันเป็นก้อนไม่ร่วงหรือแฉะและไม่มีน้ำหนักมากเกินไป นอกจากนี้จะต้องตรวจดูว่าภายในถุงต้องไม่มีตัวไรเล็ก ๆหรือมีราต่าง ๆ เช่น ราแดง ราเหลือง ราเขียว ขึ้นไปปะปนอยู่ ซึ่งแสดงว่าเชื้อไม่ดี

การโรยเชื้อเห็ดฟาง

หลังจากที่ได้อบไอน้ำและปล่อยทิ้งไว้จนวัสดุเพาะมีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส แล้วเราจะเริ่มโรยเชื้อเห็ดลงวัสดุเพาะ (ขี้ฝ้าย) ในแต่ละชั้น การเตรียมและโรยเชื้อเห็ดฟางนี้ก็ทำได้โดยแกะถุงเชื้อเห็ดฟางที่คัดเลือกแล้วว่ามีคุณภาพดีใส่ลงในกาละมังที่ล้างสะอาด และฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์เรียบร้อยแล้ว และควรล้างมือให้สะอาดก่อนจึงทำการขยี้เชื้อให้กระจายทั่วกันเพื่อสะดวกในการโรยเชื้อเห็ดฟางใน 1 ห้อง จะใช้เชื้อเห็ดฟาง 30-50 ถุง

เมื่อเตรียมเชื้อเห็ดฟางเรียบร้อยแล้วก็ให้นำมาโรยลงบนชั้นวัสดุเพาะ (ขี้ฝ้าย) ในห้องให้สม่ำเสมอและทั่วถึงกันทุกชั้น แล้วรีบปิดห้องทันที ลักษณะภายในห้องให้มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส (นานประมาณ 3 วัน) หลังจากนั้นประมาณ 6 ชั่วโมง ให้สังเกตดูว่ามีเส้นใยเห็ดเดินเป็นสีขาวบนวัสดุเพาะหรือยัง หรือโดยปกติแล้วเส้นใยเห็ดฟางจะเริ่มแตกตัวประมาณ 6-8 ชั่วโมง หลังจากโรยเชื้อ

ถ้าทิ้งไว้ประมาณ 15-16 ชั่วโมง เส้นใยเห็ดยังไม่เจริญเติบโตก็แสดงว่ามีปัญหาประการใดประการหนึ่งเกิดขึ้น ดังนี้

1. วัสดุเพาะยังมีก๊าซแอมโมเนียเหลืออยู่ จึงเป็นพิษต่อเส้นใยเห็ดทำให้เส้นใยเห็ดไม่เจริญ

2. ทำการโรยเชื้อเห็ดขณะที่วัสดุเพาะยังมีอุณหภูมิสูงอยู่มาก ทำให้เชื้อเห็ดเสื่อมลงหรือตาย

3. เชื้อเห็ดมีคุณภาพไม่ดี อาจเป็นหัวเชื้อไม่บริสุทธิ์

4. สภาพอุณหภูมิและอากาศภายในห้องไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ด

อย่างไรก็ดีปัญหาดังกล่าวนี้ ถ้าท่านปฏิบัติตามที่กล่าวข้างต้นแล้วก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การปรับอุณหภูมิและสภาพอากาศภายในโรงเรือน

ในการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนนั้น หลังจากที่ได้โรยเชื้อเห็ดฟางใส่วัสดุเพาะเสร็จและปิดห้องพร้อมกับรักษาอุณหภูมิประมาณ 32-38 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ 2-3 วันแล้ว เชื้อเห็ดฟางจะเจริญเติบโตเป็นเส้นใยเห็ด มีสีขาวฟูเป็นปุย เจริญแผ่กระจายเต็มหน้าวัสดุเพาะ จากนั้นเส้นใยเห็ดจะสะสมอาหารเพื่อที่จะนำไปใช้ในการสร้างดอกเห็ด ในระหว่างวันที่ 3-4 เส้นใยเห็ดก็จะเริ่มยุบตัวลง เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาล และจับตัวกันเกิดเป็นดอกเห็ดเล็กๆ มีลักษณะเป็นเม็ดคล้ายผงซักฟอก ต่อจากนั้นก็จะเจริญพัฒนาเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์ต่อไป

ดังนั้น นับจากระยะวันที่ 3-4 นี้เป็นต้นไป เราจำเป็นต้องคอยปรับอุณหภูมิและอากาศภายในห้อง เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการในการเจริญพัฒนาเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์ดังนี้

1. เมื่อโรยเชื้อเห็ดฟางไว้ได้ประมาณ 3-4 วัน ก็ให้เปิดแง้มดูภายในห้อง ถ้าเส้นใยเห็ดยังมีลักษณะสีขาวอยู่ตามผิวหน้าขี้ฝ้ายเป็นจำนวนมาก แสดงว่าภายในห้องมีอุณหภูมิสูงเกินไปลักษณะเช่นนี้แม้เส้นใยยุบตัวเกิดเป็นดอกเห็ดเล็ก ๆ เต็มผิวหน้าขี้ฝ้ายก็ตาม แต่ดอกเห็ดเล็ก ๆ เหล่านี้ก็จะไม่พัฒนาเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์ได้ เพราะเส้นใยเห็ดไม่สามารถจะพักตัวและสะสมอาหารได้มากพอ ดังนั้นเพื่อช่วยให้เส้นใยได้ฟักตัวและสะสมอาหารได้อย่างเต็มที่ จึงควรเปิดช่องระบายอากาศให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงพร้อมกับเป็นการถ่ายเทอากาศไปในตัวด้วย โดยควบคุมให้มีอุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส โดยเปิดช่องระบายอากาศทิ้งไว้

2. ถ้าแง้มดูพบว่าเส้นใยเห็ดเริ่มยุบตัวและมีดอกเห็กเล็ก ๆ เกิดขึ้นบ้างแล้ว ก็ให้ปรับอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียสโดยเปิดช่องระบายอากาศทิ้งไว้

3. หลังจากเส้นใยเห็ดได้เริ่มยุบตัวลงแล้วประมาณ 1-2 วัน คือวันที่ 4-5 ก็ให้สังเกตดูว่าเม็ดเห็ดดอกเล็ก ๆ เกิดขึ้นทั่วผิวหน้าขี้ฝ้ายทุกชั้นหรือยัง ถ้ามีดอกเห็ดเล็ก ๆ เกิดขึ้นทั่วทุกชั้นดีแล้ว ก็ให้แง้มประตูให้อากาศภายในห้องมีการระบายถ่ายเทมากขึ้น โดยแง้มประตูให้กว้างประมาณ 20 เซนติเมตร ในระดับความสูงระหว่างชั้นล่างกับชั้นบน และควบคุมให้มีอุณหภูมิสูงประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส

ในระยะนี้ถ้าสภาพอากาศและขี้ฝ้ายมีความชื้นน้อยลงไปมาก (ต่ำกว่า 80%) ก็ให้รดน้ำโดยใช้เครื่องพ่นฝอยฉีดพ่น แต่จะต้องระวังอย่าให้ละอองน้ำ จับกันเป็นหยดน้ำได้

4. ในช่วงวันที่ 6-7 ก็จะสังเกตเห็นว่าดอกเห็ดมีขนาดโตประมาณนิ้วแม่มือบ้างแล้ว ในระยะนี้ถ้าพบว่าบริเวณโคนดอกเห็ดมีปุยสีขาวฟูอยู่รอบ ๆ และผิวของดอกเห็ดเป็นขุยขรุขระคล้ายผิวหนังคางคกก็แสดงว่าอากาศภายในห้องไม่เพียงพอ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่สูงมากเกินไป จะต้องเพิ่มการระบายอากาศภายในห้องให้มากขึ้นอีก โดยเปิดประตูเข้าให้กว้างออกไปอีก และรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระดับ 30-32 องศาเซลเซียส

และถ้าต้องการให้ได้ดอกเห็ดที่มีขนาดโต น้ำหนักดี และดอกขาว ก็ให้ทำการอบไอน้ำในเวลากลางคืนในช่วงที่อุณหภูมิต่ำสุด คือระหว่าง 02.00-04.00 น. (ทั้งนี้ก็เพราะว่าในช่วงเวลาดังกล่าวที่มีอุณหภูมิต่ำ จะทำให้ดอกเห็ดชะงักการเจริญเติบโต) อบไอน้ำให้ได้อุณหภูมิสูงประมาณ 32-34 องศาเซลเซียส จะช่วยให้ดอกเห็ดเจริญพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ทำให้ได้ดอกเห็ดตรงตามต้องการ

ซึ่งในเรื่องนี้เกษตรกรผู้เพาะเห็ด จะต้องหมั่นคอยสังเกตพร้อมกับหาข้อสรุปที่ถูกต้องและควรจดบันทึกไว้เป็นข้อมูล เพื่อช่วยให้การดำเนินครั้งต่อ ๆ ไปสะดวกได้ผลดียิ่งขึ้น



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  18 ก.พ. 2548 18:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป pkkmmm

  202.28.27.3:10.15.1.29

  
ลักษณะอาการผิดปกติ
ภายในกองเพาะเห็ดและการเกิดดอกเห็ด

1. เพาะแล้วเห็ดไม่เจริญเลย เมื่อทำการเพาะเห็ดฟางแล้ว เส้นใยเห็ดอาจไม่เจริญเลย หากสภาพแวดล้อมอื่นๆ เป็นปกติ สาเหตุเกิดจากเชื้อเห็ดเสีย หมดอายุ หรือไม่แข็งแรง หากเชื้อเห็ดเป็นปกติดีโรงเรือนที่เพาะอาจมีเชื้อรารบกวนหรือมีสารเคมีบางอย่างตกค้างตามพื้นดิน หรือติดมากับฟางก่อนแล้ว หรืออาจเกิดจากน้ำที่ใช้ในการแช่ฟางและใช้รดกองเห็ดมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดปะปนอยู่

2. เส้นใยเห็ดเจริญเติบโตได้น้อยมาก สาเหตุเกิดจากเชื้อเห็ดไม่บริสุทธิ์ เป็นเชื้อที่มีการต่อเชื้อมาหลายครั้ง ทำให้เชื้อมีคุณภาพต่ำ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การเพาะซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะทำให้มีการสะสมของโรคและแมลงที่ทำลายเส้นใยเห็ดฟาง ควรทำความสะอาดโรงเรือน โดยใช้น้ำล้างให้สะอาดแล้วโรยปูนขาวฆ่าเชื้อตาม อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่อุณหภูมิภายในโรงเรือนต่ำเกินไป เนื่องจากอากาศหนาวเย็น หรือใช้ฟางข้าวเก่าที่ถูกฝนเปียกแฉะมาก่อน ทำให้เส้นใยของเห็ดฟางชะงักการเจริญเติบโต จึงควรใช้ฟางแห้งที่ไม่เคยเปียกฝนทำการเพาะ หากอากาศหนาวควรให้ไอน้ำเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

3. เส้นใยเจริญแต่ไม่ออกดอก บางกรณีพบว่าเส้นใยเจริญอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่เกิดดอกเห็ด สาเหตุเกิดจากวัสดุเพาะมีอาหารเห็ดไม่เพียงพอ กองเพาะแน่นและชื้นมากเกินไปทำให้เส้นใยไม่สามารถแทรกเข้าไปได้ ส่วนมากมักเกิดกับตอซังถอน จึงต้องใช้อาหารเสริมให้เพียงพอทุกครั้ง อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากชั้นเพาะเห็ดไม่ได้รับแสงหรืออุณหภูมิในโรงเรือนสูงเกินไป วิธีการแก้ไขให้ชั้นเห็ดได้รับแสงสว่างบ้างในช่วงวันที่ 5-6 ถ้าอุณหภูมิสูงมากเกินไปให้ใช้วิธีเปิดระบายอากาศ

4. เห็ดออกเป็นดอกเล็ก ๆ แต่ไม่โต เกิดขึ้นเสมอสำหหรับผู้เพาะเห็ดใหม่ ๆ ที่ใช้เชื้ออ่อน และใช้วัสดุเพาะที่อาหารไม่เพียงพอ เชื้อที่อ่อนเพราะผ่านการติดต่อเชื้อมาหลายครั้งทำให้ความแข็งแรงลดลง ควรใช้เชื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาทำการเพาะ วัสดุเพาะบางอย่างเช่นฟางข้าวนวดซึ่งมีอาหารไม่เพียงพอ หรือมีความชื้นน้อยไป เพราะดูดซับน้ำได้ไม่ดี หรือกดย่ำกองไม่แน่นพอก็ทำให้เห็ดฟางออกดอกเล็ก ๆ ได้ ดังนั้นการใช้วัสดุเพาะพวกนี้ควรแช่น้ำให้อิ่มตัวทุกครั้ง และกดกองให้แน่นพอ แต่สำหรับฟางข้าวหรือตอซังถอน หากแช่น้ำนานเกินไปและตอนเพาะกดกองแน่นอาจทำให้ฟางเน่า เชื้อเห็ดไม่สามารถเจริญเข้าไปได้ เช่นกัน ประกอบกับมีอากาศไม่เพียงพอจึงทำให้ฝ่อตายเสียก่อนที่จะโต ดังนั้นในการเพาะจึงควรเลือกใช้วัสดุเพาะที่เหมาะสมและแช่ฟางให้ถูกต้อง

5. เส้นใยเห็ดขึ้นฟูมากเกินไป มักจะพบในช่วงหลังการโรยเชื้อเห็ดแล้ว 5-6 วัน ขณะที่เส้นใยกำลังรวมตัวเป็นดอกเห็ดในขณะที่อากาศร้อนอบอ้าว ทำให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงเกินไป ควรแก้ไขโดยเปิดหน้าต่างระบายความร้อนออกบ้าง

6. ดอกเห็ดเน่ามีสีคล้ำและมีกลิ่นเหม็น ในการเพาะเห็ดฟางบางครั้งอาจมีเชื้อราหรือเชื้อบักเตรีเข้าทำลายเห็ด อาจเกิดจากชั้นเพาะชื้นมากเกินไป ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และอาจมีเชื้อราอื่นเข้าทำลาย วิธีแก้ไขควรมีการระบายอากาศและความชื้นข้างในออก

กรณีที่มีเห็ดเน่าและตายในชั้นเพาะ สาเหตุเนื่องจากเห็ดได้รับความกระทบกระเทือนจากการเก็บเกี่ยวเห็ด หรือมีการรดน้ำให้ขณะที่ดอกเห็ดยังเล็ก วิธีแก้ไขต้องระมัดระวังอย่าให้ดอกเห็ดที่อยู่ข้างเดียวได้รับความกระทบกระเทือนและงดให้น้ำแก่เห็ดเหล่านี้อย่างเด็ดขาดในขณะที่ดอกเห็ดยังเล็ก นอกจากนี้จากโรงเรือนไม่สะอาดจึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการสะสมของราและแมลงศัตรูเห็ด

7. ดอกเห็ดขึ้นเป็นหย่อม มักขึ้นรวมกันตามบริเวณส่วนหัวหรือท้ายกอง สาเหตุเกิดจากกองเพาะมีอาหาร และอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่บริเวณหัวและท้ายกองมากกว่าส่วนอื่น

8. ดอกเห็ดบานเร็ว กรณีดอกเห็ดบานเร็วเกินไปทั้งยังมีขนาดเล็กอยู่ สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิสูงมาก เชื้อเห็ดอ่อนหรือใส่อาหารเสริมมากเกินไป

9. ดอกเห็ดมีสีคล้ำ มักเกิดจากสายพันธุ์ หรือดอกเห็ดถูกลมโกรกและถูกแสงแดดมาก วิธีแก้ไขขณะที่ดอกเห็ดเล็ก ๆ หรือในระหว่างเก็บเกี่ยวไม่ควรให้ถูกแสงแดดหรือลมโกรก

10. ดอกเห็ดมีน้ำหนักเบา สายพันธุ์เห็ดบางพันธุ์ เช่น พันธุ์สีขาวมีน้ำหนักเบากว่าพันธุ์สีดำและพันธุ์สีเทา หากเกิดพันธุ์สีดำหรือเทา สาเหตุมักเกิดจากความชื้นภายในกองเพาะไม่เพียงพอ หรือขณะที่เกิดดอกเห็ดมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก

การนำเอาวัสดุที่เหลือจากการเพาะเห็ดฟางมาใช้ประโยชน์

ขี้ฝ้าย เราสามารถนำเอาขี้ฝ้ายที่ผ่านการเพาะเห็ดฟางมาแล้วไปใช้ได้อีกครั้ง โดยนำเอาไปผสมอาหารเสริมและเลี้ยงเชื้อราอีกสัก 1-2 วัน แล้วจึงนำขึ้นชั้นอบไอน้ำฆ่าเชื้อโรคตลอดจนดูแลรักษาเหมือนเดิมก็ได้ผลผลิตอีกครั้ง แต่ผลผลิตอาจลดลงไปบ้างเล็กน้อย

ฟาง สำหรับฟางที่เพาะเห็ดฟางแล้วก่อนอื่นเราควรนำไปใช้เพาะเห็ดนางฟ้า นางรม เป๋าฮื้อ ในถุงพลาสติกก่อน โดยนำฟางนั้นมาหมักก่อนตามสูตรนี้

ฟางที่เพาะเห็ดแล้ว

100

กก.แห้ง

ยูเรีย

0.5-1

กก.

ปูนขาว

1

กก.
ยิบซั่ม 0.2 กก. (ถ้ามี)
ดีเกลือ 0.2 กก. (ถ้ามี)
รำละเอียด 5 กก.

วิธีการหมักฟางบรรจุถุงและทำถุงเซื้อเห็ด ก็ทำได้ดังนี้

1. เอาฟางที่เพาะเห็ดแล้วมาขยี้ให้แตกเป็นเส้น ๆ ไม่จับตัวเป็นก้อนหรือแผ่น แล้วใส่ยูเรีย 0.5-1 กก. โรยให้ทั่วแล้วรวมกองเป็นกองสามเหลี่ยม เอาผ้าพลาสติกคลุมไว้ 2 วัน ถ้าฟางแห้งมากก็ให้รดน้ำช่วงนี้ต้องการความชื้นสูง

2. กลับกองขยี้ฟาง ให้แตกเป็นเส้น ๆ แผ่ออก ช่วงนี้จะได้กลิ่นฉุนของยูเรียแล้วโรยด้วยปูนขาว 1 กก. คลุกให้ทั่วแล้วตั้งกองสามเหลี่ยมตามเดิม หมักต่ออีก 2 วัน ระยะนี้ยังมีกลิ่นฉุนยูเรียอยู่

3. กลับกองใส่ยิปซั่ม 0.2 กก. ช่วงนี้จะเริ่มเกิดราขาว ตั้งกองสามเหลี่ยมตามเดิมหมักต่อ 2 วัน ระยะนี้ไม่ต้องคลุมผ้าพลาสติก ต้องการความชื้นประมาณ 6% กองไม่สูง

4. กลับกอง ราขาวจะเกิดมากขึ้น อุณหภูมิในกองสูงถึง 50-60 องศาเซลเซียส กลิ่นยูเรียเริ่มจางลง จนเกือบหมด ใส่ดีเกลือ 0.2 กก. ละลายน้ำ รดน้ำ 1/2 ปี๊ป คลุกให้เท่ากันหมักต่อจนหมดกลิ่นยูเรีย

5. เมื่อหมดกลิ่นยูเรีย ฟางจะอ่อนตัวลง ผสมรำละเอียด 5 กก. คลุกให้ทั่วแล้วนำมาบรรจุถุง

6. บรรจุใส่ถุงทนร้อนขนาด 8 X 12 นิ้ว น้ำหนักบรรจุ 8-10 ขีด ทุบให้แน่นใส่คอขวดจุกสำลี

7. นึ่ง 100 องศาเซลเซียส 2 ชั่วโมง หรือถัง 200 ลิตร ตั้งแต่น้ำเดือนจัด ๆ จับเวลาไป 3 ชั่วโมง

8. พักถุงให้เย็น ต่อเชื้อเห็ดนางฟ้า - นางรม เป๋าฮื้อ ตามต้องการ

9. บ่มถุงในที่อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด อุณหภูมิห้อง ถ้าเป็นหลังคาจากจะดีประมาณ 20-30 วัน เส้นใยจะเดินเต็มถุง

10. นำไปรดน้ำในโรงเปิดอก โดยดึงสำลีออกวางนอนรดน้ำเช้า กลางวัน เย็น อย่ารดน้ำเข้าไปในถุงเด็ดขาด รักษาความชื้นในโรงเรือนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

หลังจากเพาะเห็ดและเก็บผลผลิตกันหมดแล้ว ฟางที่เหลือยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ถ้ามีบ่อปลาก็เอาฟางที่เพาะเห็ดแล้วเลี้ยงปลา หรือผู้ที่ไม่มีบ่อปลาอาจจะมาทำปุ๋ยหมักเลยก็ได้โดยนำไปใส่ต้นไม้

ต้นทุนการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน

ต้นทุนขั้นแรก

1. โรงเรือน (สร้างด้วยอิฐบล๊อค) = 8,000 บาท
(กว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2 1/2 เมตร)      
2. ชั้นวางเพาะเห็ด (ทำด้วยไม้ไผ่)

=

2,000

บาท

3. พลาสติกเคลือบ

=

3,000

บาท

4. เครื่องกำเนิดไอน้ำ (ใช้ถังน้ำมัน

=

3,000

บาท

200 ลิตร 2 ใบ พร้อมการก่อสร้างเตา)      
5. บ่อหมักไส้ฝ้าย

=

200

บาท

6. วัสดุอื่น ๆ เช่น สายยาง แป๊บน้ำ

=

4,000

บาท

ข้อต่อต่าง ๆ ฯลฯ      

รวม

=

19,200

บาท

ต้นทุนขั้นที่ 2 เป็นค่าใช้จ่ายในการเพาะแต่ละครั้ง

1. ค่าไส้ฝ้าย 100 กก.ๆ ละ 4 บาท

=

400

บาท

2. เชื้อเห็ดฟาง 60 ถุงๆ ละ 2 บาท

=

120

บาท

3. ปูนขาว ยิปซั่มและอาหารเสริม

=

100

บาท

4. ค่าเชื้อเพลิง

=

100

บาท

รวม

=

720

บาท

หมายเหตุ : ราคาวัสดุเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละท้องถิ่น

ผลตอบแทน

ในการเพาะเห็ดฟางแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 12-17 วัน (หรือ 20 วัน ถ้าต้องการเก็บดอกเห็ดรุ่นที่ 2) ผลผลิตที่ได้ควรอยู่ระหว่าง 80-100 กิโลกรัม/ห้อง เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเพาะแล้วก็จะได้กำไรพอสมควร

หมายเหตุ : 1 ปี สามารถเพาะเห็ดได้ 15 รุ่น ราคาดอกเห็ดก็เฉลี่ยกิโลกรัมละ 30-35 บาท

การแปรรูปเห็ดฟาง

 

วิธีการทำแห้งเห็ดฟาง

1. นำดอกเห็ดมาลวกในน้ำเดือด (จะสังเกตเห็นฟองออกที่ดอกเห็ดต้มจนหมดฟอง)

2. นำขึ้นมาตากในตะแกรง ตากจนดอกเห็ดแห้งสนิท

3. นำดอกเห็ดที่ตากแห้งแล้วใส่ในถุงพลาสติก เย็บปากถุงให้สนิท และเก็บไว้ในที่ร่ม

4. เวลานำมารับประทานก็นำดอกเห็ดที่แห้งมาเช่น้ำเย็น ทิ้งไว้สักครู่ดอกเห็ดก็จะบานออก นำไปประกอบอาหารได้

วิธีการทำเห็ดดอง

1. นำเห็ดมาลวกน้ำในนำเดือด (สังเกตเห็นฟองอากาศจากดอกเห็ด พอหมดฟองก็นำเห็ดมาทิ้งไว้ให้เย็น)

2. ต้มน้ำกับเกลือ โดยใช้น้ำ 970 กรัม เกลือ 30 กรัม ต้มน้ำให้เดือด ยกลง

3. นำเห็ดที่ต้มแล้วใส่ในขวดโหลที่สะอาด ใส่ประมาณ 3/4 ของขวด แล้วเติมน้ำเกลือลงไปให้ท่วมดอกเห็ด หรือแค่คอขวด ปิดฝาขวดไม่ต้องให้แน่น

4. นำขวดดอกเห็ดมาใส่ในหม้อนึ่งความดัน นึ่งที่ความดัน 5 ปอนด์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคนาน 25 นาที

5. นำขวดออกจากหม้อนึ่ง ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วปิดฝาให้แน่น

 
เอกสารอ้างอิง

1. อาจารย์ ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน (วิธีการ, ปัญหาและอุปสรรค) กรุงเทพฯ

2. กองบรรณาธิการกลุ่มบัณฑิตเกษตรอาสา 2531, การเพาะเห็ดฟาง กรุงเทพฯ

3. อาจารย์บุญส่ง วงศ์เกรียงไกร. เอกสารเผยแพร่การเพาะเห็ดฟาง ชมรมนักเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย

4. ดร. ปัญญา โพธิ์ฐิติรัตน์ เทคโนโลยีการเพาะเห็ด ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมษายน 2532

5. อัจฉรา พยัพพานนท์ เพาะเห็ดฟางแบบอุตสาหกรรม กองวิจัยโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร หนังสือกสิกร ปีที่ 61 ฉบับที่ 4 2534. น. 311-313

การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย

ในระหว่างการพักโรงเรือน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลารอเพาะเห็ดรุ่นต่อไปก็ควรจะทำการเพาะเห็ดแบบกองเตี้ยในพื้นที่ดอนที่น้ำไม่ท่วมขัง

 

 

วิธีการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย

1. เตรียมดินไว้ให้เรียบ พลิกหน้าดินตากแดดไว้ 2-3 วัน จากนั้นก็รดน้ำลงบนดินให้ชุ่ม

2. นำตอซัง หรือฟางข้าว (ปลายฟาง) แช่น้ำไว้ 1 คืน หรือประมาณ 2-4 ชั่วโมง ก่อนเพาะก็ได้

3. วางแบบไม้ลงบนพื้นที่เตรียมไว้

4. นำฟางที่แช่น้ำแล้ววางในพิมพ์เกลี่ยฟางให้หนาเท่า ๆ กัน คือประมาณ 3-4 นิ้ว ถ้าใช้ตอซังให้วางโคนจรดกับหัวท้ายของแบบพิมพ์และใช้มือกดฟางให้แน่น แต่ถ้าเป็นฟางนวดหรือปลายฟาง ควรขึ้นไปย่ำในขณะที่ทำการย่ำควรจะรดน้ำตามไปด้วย

5. นำอาหารเสริมที่แช่น้ำเตรียมไว้โรยเป็นแถวตามขอบพิมพ์ทั้ง 4 ด้าน

6. แบ่งเชื้อเห็ดฟางออกเป็น 3-4 ส่วน เท่า ๆ กัน ถ้าทำสามชั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ถ้า 4 ชั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน และโรยเชื้อเห็ดฟางลงบนอาหารเสริมให้ทั่วและชิดกับขอบของแบบพิมพ์ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเป็นการเสร็จชั้นที่ 1

7. ทำขั้นที่ 2 และ 3 หรือ 4 ต่อไป ก็ทำเช่นเดียวกับชั้นที่ 1 ทุกอย่าง (ใส่ฟาง, โรยอาหาร, โรยเชื้อ)

8. เมื่อทำถึงขั้นสุดท้ายให้นำฟางแห้งมาปิดทับหนา 1-2 นิ้ว

9. รำแบบไม้ออก โดยใช้มือข้างหนึ่งกดกองฟางไว้ และทำกองอื่น ๆ ต่อไปให้ขนานกับกองแรกโดยระยะห่างกันประมาณ 6 นิ้ว

10. การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยนั้นส่วนมากจะทำคราวละหลาย ๆ กอง ติดกันประมาณ 10-20 กองต่อ 1 แถว

11. ช่องว่างระหว่างกองฟางแต่ละกองอาจจะโรยเชื้อเห็ดฟางลงไปบ้าง เพราะบริเวณนี้เห็ดฟางก็เกิดได้ดีเช่นกัน

12. คลุมกองฟางด้วยผ้าพลาสติกใส การคลุมจะคลุมรวมกันเป็นแถว ๆ และให้พลาสติกแนบกับหลังกองเพาะ

13. นำฟางแห้งคลุมทับผ้าพลาสติกอีกครั้งหนึ่ง จะมิดหนาประมาณ 3-4 นิ้ว เพื่อบังแสงแดด

14. ตรวจดูอุณภูมิ ความชื้นในกองเห็ด โดยใช้มือล้วงเข้าไปในกองเพาะ ถ้าร้อนจนทนไม่ไหวให้รีบเปิดผ้าพลาสติกออกเล็กน้อย เพื่อให้อุณหภูมิลดลง ถ้าอากาศเย็นให้นำเอาฟางทับบนกองเห็ด เพื่อเพิ่มอุณหภูมิ เส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตประมาณวันที่ 6-8 เห็ดจะรวมตัวเป็นดอกและเก็บได้นาน 3 วัน

 


  18 ก.พ. 2548 18:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป pkkmmm

  202.28.27.3:10.15.1.29

  
โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เห็ดฟางเป็นวัตถุดิบ

1. บริษัท ทีพี อาหารกระป๋อง 72 หมู่ 2 ต.แม่เ***ยะ อ.หางดง จ.เชียงใหม่

2. บริษัท โภชนาการเกษตร จำกัด 201 ถ.พะเยา-เชียงคำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

3. บริษัท อาหารกระป๋องบุญศิริ จำกัด 109 กม 2 ถ.อรุณประเสริฐ ต.ตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร

4. บริษัท อุตสาหกรรมอาหารอีสาน จำกัด ต.โนนทัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

5. บริษัท เอราวัณฟู้ด จำกัด 115 หมู่ 4 ต.โนนอุดม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

6. บริษัท ภูกระดึงส่งเสริมการเกษตร จำกัด หมู่ 2 ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย

7. บริษัท โรงงานเครื่องกระป๋องเกษตรไทย 18/4 ซ.วัดอ้อมใหญ่ ถ.เพชรเกษม จ.นครปฐม

8. บริษัท ไทยสามพราน จำกัด หมู่ 4 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

9. บริษัท ไทยวีชวน จำกัด ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

ที่มา : หนังสืออุตสาหกรรมแปรรูปผักและผลไม้ ฝ่ายอุตสาหกรรมเกษตร กองส่งเสริมธุรกิจเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เมษายน 2535

 
แหล่งจำหน่ายเชื้อเห็ดฟาง

1. กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร

2. บริษัทเห็ดสยาม ซ.พึ่งบุญ ถ.เทพารักษ์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

3. ฟาร์มเห็ดอรัญญิก 3 หมู่ 8 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม

4. บริษัท เห็ดศรีทอง จำกัด 2/1 ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม

5. ปฐมฟาร์ม 34/2 หมู่ 2 ต.พระแก้ว อ.ภาชี จ.นครศรีอยุธยา

6. วิทยาลัยเกษตรกรรม ของทุกจังหวัด

 


  31 มี.ค. 2553 17:06 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป chancon

 mkt@chancon.co.th 118.174.82.229

  

CHANCON COMPANY LIMITED   (http://www.chancon.co.th)    E-mail: info@chancon.co.th

Tel: 66 2 4510780-1 Fax: 66 2 4510786   #Hot Line:  081 9327894, 086 0319783, 086 6154261 

Steel, Composite, FRP, FRP Manhole Covers, Gully Grating, Formworks, Tie Rod, Thread bar, Wing Nut, Hex bolt, nuts, J-bolt, U-bolt,  GFRP,  ฝาบ่อ ฝาท่อ ฝาแมนโฮล แมนโฮล ฝาบ่อแมนโฮล ฝาบ่อพัก ฝาท่อพัก ฝาเหล็กหล่อ ฝาท่อเหล็กหล่อเหนียว ฝาบ่อเหล็กหล่อเหนียว ฝาท่อระบายน้ำเสีย ฝาบ่อกรอง ฝาบ่อระบายน้ำเสีย ฝาปิดระบายน้ำ ฝาปิดงานระบบน้ำเสีย  ฝาบ่อพักรวบรวมน้ำเสีย ฝาบ่อน้ำทิ้ง ฝาระบบบำบัดน้ำเสีย  ฝาท่อไฟเบอร์ผสมเรซิ่น ระบบฝาเปิดปิด เกรตติ้ง เกรทติ้ง เกรตติง ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป ฝาตะแกรงระบายน้ำ ตะแกรงทางเดิน ตะแกรงรางน้ำ พร้อมเฟรม ช่องระบายน้ำ  ตะแกรงไฟเบอร์ ฝาท่อสแตนเลส ฝาท่อทองเหลือง ฝาตะแกรงเหล็ก รางระบายน้ำ  แผ่นปู บันไดกันลื่น ราวกันตก ไวร์เมช ตะแกรงอลูมิเนียม ตะแกรงสแตนเลส ตะแกรงแสตนเลส ตะแกรงพลาสติก แผ่นพื้นทางเดิน คอมโพสิท คอมโพสิต เอฟอาร์พี ไฟเบอร์กลาส ไฟเบอกลาส  949 Supplies, McH, Knack, konnix, เจริญวัฒนา, งานพื้น, ซ่อมพื้น, วัสดุเคลือบพื้น, เคลือบผิว, กันซึม, เคลือบคอนกรีต, พื้นซีเมนต์, อีพ๊อกซี่, อีพ็อกซี่, อีพ๊อคซี่, อีพ็อคซี่, พื้นอีพ๊อกซี่,โพลียูรีเทน, พีวีซี, กาว,ไบโอ, Bio, PU concrete, PU coating, stonhard, pvc, abs, งานปรับปรุงพื้นโรงงาน, เคลือบบ่อทนสารเคมี, อะครีลิค, พื้นโรงงานอุตสาหกรรม, ซ่อมรอยแตกร้าวรั่วซึม, โค้ทติ้ง, กันซึมดาดฟ้า, บ่อเก็บสารเคมี

 

GRP / FRP / Composite Manhole Covers (ฝาท่อไฟเบอร์ผสมเรซิ่น)   www.chancon.co.th

Products:

Manhole Covers, Gully Grating and Frame, grating structure, FRP Manhole, Catch Basins, Drain, Drainage covers, Sewer, Recesses Cover, Riveted Grating, Pedestrian Grating, Flange, Ductile, Cast Iron, ductile cast iron, ductile iron casting, stainless steel grating,

FRP Products, GFRP, FRP, Fiber Reinforced Plastic, Glass Fiber Reinforcement Rebar Polymer, rainforced Fiberglass, Fiber glass, Composite materials, vinyl ester resin, Flowerpots, flower pots, sculpture in decoration, garden plaza, hotel, air port, Steel Fiber, Big tree gratings, Rain water grating, Fiberglass tank, fiberglass design, fiberglass Thailand,

frp molded gratings, pultrusion, pultuded gratings, pultruded profiles, mould gratings, Cage Ladders, Ladders and cages, Tread stairs, stair treads, stair tread covers, Handrail, Structural Shape, FRP Ideal for catwalks, flooring, platforms, trench covers, screens, media support, mesh, air mesh, railing, walk way, walkway, multi grid, covered grating, concaved gratings, grit, gritted gratings, screen clad grating, minimesh, phenolic, common, unsaturated polyester resin,

operation platforms, floorings, handrail components, accessories, architectural and industrial decking, Pedestrian Bridges and Vehicular Bridge System Components, frp profiles, frp fences, round tube, square tube, pipe, sheets, angle, wire mesh, Epoxy, pit, sump, coating,  Polyurethane concrete , Epoxy self leveling , floor lining, carbon fiber, floor hardener, grouting, waterproof

 

Formwork, Form work, Formworks, Form works, Scaffolding, Formtie, Form tie, TieRod, Tie Rod, Hot roll, Cold rolled, DYWIDAG, Threaded, Thread bar, Threadbar, Thread rod, Wingnut, Wing Nut, Hex bolt, Hexagon nuts, Square Nuts, Watertight Coupling, Coupler, Water Stopper, Wedge Clamp, Spring Clip, High Strength Steel, Plastic Cap, Plastic Spacer, Plastic Cone, Steel Cone, Tension Rod, Anchor Bolt, Rock Bolt, Forged eye bolt, Soil Nail, Earth rods, Rock Anchors, Base plate, Flat Plate, Dome Face Plate, Steel Plate

 

 

GRP / FRP / Fiberglass/ Composite Manhole Covers

วัสดุเทคโนโลยีใหม่ ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์ผสมเรซิ่น น้ำหนักเบา รับแรงได้สูงกว่าเหล็กหล่อ ไม่เป็นสนิม ไม่แตกผุกร่อน ขโมยไม่ต้องการ ฝาปิดได้สนิท ป้องกันกลิ่นได้ดี เลือกสีให้เข้ากับพื้นผิวได้ตามต้องการ   ถูกออกแบบสำหรับ

1.     ระบบฝาท่อสำหรับงานติดตั้งระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน: จุดพักระบบควบคุมไฟจราจร จุดบำรุงสายไฟฟ้า จุดบริการท่อร้อยสาย ท่อไยแก้วนำแสง ระบบฝาท่อสำหรับ งานบำบัดน้ำเสีย จุดพักท่อส่งแก๊ส ฝาท่อปิโตรเคมี และฝาในโครงการหมู่บ้านจัดสรร

2.     ระบบรางระบายน้ำรอบโรงงาน หมู่บ้าน คอนโด รอบสระน้ำ บนทางถนน ทางเท้า เหมาะสำหรับติดตั้งในบริเวณที่เกิดปัญหาสนิมกัดกร่อน เช่น จังหวัดที่ใกล้ชายทะเล หรือป้องกันปัญหาสารเคมีกัดกร่อน ต้องการความสะอาดสูงสุด เนื่องจากไฟเบอร์ผสมเรซิ่นสามารถทนสารเคมีและรักษาความสะอาดได้ง่าย น้ำหนักเบา

 

Advantage of FRP Manhole and comparison (เปรียบเทียบ คุณลักษณะของฝาท่อไฟเบอร์ผสมเรซิ่น)

1. ป้องกันปัญหาขโมยฝาท่อได้เด็ดขาด เนื่องจากวัสดุไฟเบอร์ไม่ใช่เหล็กที่เป็นที่นิยมในตลาดรับซื้อของเก่า

2. อายุใช้งานนานกว่า 30 ปี ไม่มีแตกหักจากการทดสอบรับแรงกระแทกซ้ำๆ กว่า สองล้านครั้ง

3. ไม่เป็นสนิมและป้องกันการผุกร่อนตลอดอายุการใช้งาน

4. การหล่อขึ้นแบบไฟเบอร์ทำได้ดีกว่าเหล็กหล่อ ทำให้ฝาปิดได้สนิท ไม่โก่ง พื้นผิวให้ตัวได้เสมือนมีซีลยางในตัว ป้องกันกลิ่นได้ดี

5. น้ำหนักเบา รับแรงได้สูงกว่าเหล็กหล่อทั่วไป จึงทำให้ การเคลื่อนย้ายและยกติดตั้งเร็วและง่ายขึ้น

6. เลือกสี ตราสัญลักษณ์ พร้อมทำลวดลายบนฝาได้ตามสั่ง

7. ขีดความสามารถในการรับแรงสูงกว่าเหล็กหล่อเหนียว เนื่องจากเป็นผลิตจากเส้นไยไฟเบอร์ผสมเรซิ่น เป็นฉนวนกันความร้อน

8. ผลิตได้ทุกขนาด เลือกสีสรร พร้อมทำลวดลายบนฝาได้ตามสั่ง

9. เงียบสนิทเมื่อรถวิ่งผ่านด้านบนผิว เนื่องจากไม่มีเสียงกระแทกโครมครามเหมือนเหล็กหล่อ

10. ราคาถูกกว่าเหล็กหล่อในขณะที่แข็งแรงกว่าเนื่องจากใช้เส้นใยไฟเบอร์ทำให้น้ำหนักเบากว่า 

 

Load Ability Application (ความสามารถในการรับน้ำหนักตามมาตรฐาน EN124) ฝาบ่อได้แบ่งประเภทของการรับน้ำหนักแยกตามสถานที่นำไปใช้งาน ตามมาตรฐาน EN124 กำหนดไว้ดังนี้  รับแรงได้เฉลี่ยที่ 1,500 กิโลกรัม เป็นฝาบ่อ สำหรับทางเดิน ทางเท้าที่ไม่มีรถบรรทุกหนักผ่าน,  รับแรงได้เฉลี่ยที่ 12,500 กิโลกรัม เป็นฝาบ่อ สำหรับลานจอดรถ และถนนขนาดเล็กในหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม,  รับแรงได้เฉลี่ยที่ 25,000 กิโลกรัม เป็นฝาบ่อที่รับแรงได้สูง ใช้ในถนน 4-8 เลน, รับแรงได้เฉลี่ยที่ 40,000 กิโลกรัม เป็นฝาบ่อ ลานขึ้นลงสนามบิน ท่าเทียบเรือ

 

เรียน  วิศวกรออกแบบ วิศวโยธา/ ฝ่ายจัดซื้อ / เทศบาลเมือง / นายกเทศมนตรี นายก อบต. อบจ.

เรื่อง ขอเสนอวัสดุตะแกรงระบายน้ำ ราวบันได ท่อ และฝาบ่อผลิตจากวัสดุ Fiber ผสม Resin

 

บริษัทแชนคอน ผลิตและจำหน่าย ฝาแมนโฮล ฝาท่อ ฝาบ่อ  เหล็ก Tie rod (เหล็กเส้นกลมที่มีเกลียวตลอดทั้งเส้น) เหล็กยึดแบบ สำหรับงานยึดแม่แบบเทคอนกรีต หรืองานยึดวัตถุที่ต้องรับแรงดึงสูง ผลิตชิ้นงาน  โลหะ งานโลหะ เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดง เหล็กหล่อเหนียว เหล็กเกรด หล่อเหล็กกล้า หล่อโลหะ เหล็กหล่อเทา ทองเหลือง ชุบซิงค์ ชุบกัลวาไนซ์  งานกันสนิมและสารเคมี ห้องเย็น

นั่งร้าน, รีดเกลียว, ยึดแบบ, งานเหล็ก หล่อ กลึง เจาะ  เชื่อม  ตัด  ไส ปั๊ม  มิลลิ่ง  พับ เจียร์  ขึ้นรูป  รีดเกลียว, ยึดจับ นำร่อง  เฟือง เพลา, ฟอร์มไท, ฟอร์มทาย, ไทลอท, ไทร็อด สตัด  สตัส สลัก  โบลท์  สตัสโบลท์  สตัดโบลท์ โบล์ท โบล์ต  เจโบลท์  แอลโบลท์  ยูโบลท์

สำหรับงานก่อสร้างอุโมงค์ เขื่อน ท่าเทียบเรือ สะพานข้ามแม่น้ำ ตึกสูง โครงสร้าง หลังคา กำแพง หน้าผา ภูเขา สนามบิน ตึกสูง สถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่  

 

CHANCON: Steel Expert is Engineering Steel Manufacturer from direct factory. The majority of our products excel in value added engineering/architectural design, either by our own design or made-to-order by professional fabricators.

 

Hot Dip Galvanized, HDG., Galvanizing, Bearing plate, Plate Rib Washer, Spherical Washer, Dowel Bar, Post tensioning, Heavy lifting, Head Link,  Precasting, Dam, Tunnel Construction, made to order, engineering steel, Foundation, Turn Buckle, J-Bolt, Jbolts,  j bolt, L-bolts,  LBolts, L bolts,  U-Bolts, Ubolts, U bolt,  Machine Bolt, Screw, Nelson Stud, Stud Bolt

 

รับสมัครตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง / ตัวแทนขายในแต่ละพื้นที่ / Project Sales / Sales Agent

 

Head office

CHANCON COMPANY LIMITED   (http://www.chancon.co.th)  กรุงเทพมหานคร  ประเทศไทย

481/324   Soi Wadplengwipussana   Charansanitwong road   Bangkhunsri   Bangkoknoi   Bangkok   10700  Thailand

Tel: 66 2 4510780-1 Fax: 66 2 4510786   #Hot Line:  081 9327894, 086 0319783, 086 6154261  E-mail: info@chancon.co.th

 

 


  22 ก.ค. 2553 10:41 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป 530598889@qq.com

 409848980@qq.com 111.75.250.13

   (La Joux Cartier Ring Jewelry Perret on a Valjuox wholesale fashion silver jewelry form 7750, 13 , Gucci jewelry 24 rubies) Fill yourself fashion silver jewelry plant find every situation wholesale fine jewelry you erect matchless of fashion silver jewelry our photograph Breitling watches fine jewelry on your wrist. Self fine jewelry belief commit impersonate vastly Juicy Couture Bangles Jewelry strengthened within you with silver jewelry wholesale this more appropriate preponderance. Your productivity bequeath b

 


page [1]

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010